อุทยานแห่งชาติ ภูสระดอกบัว

share553

อุทยานแห่งชาติ ภูสระดอกบัว มีเนื้อที่ 252 ตร.กม. หรือ ประมาณ 145,000 ไร่ ภูมิประเทศ โดยทั่วไป เป็นเทือกเขา สลับซับซ้อน ทอดตัวเป็นแนวยาว จากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ป่าอันอุดมสมบูรณ์หลายชนิด

พื้นที่หลายแห่ง มีลานหินขนาดใหญ่ ซึ่งชาวท้องถิ่น เรียกว่า ” ดาน ” กระจายอยู่ตามป่า ส่วนใหญ่..เป็น ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง กระจายอยู่
ตามเทือกเขาต่าง ๆ

บริเวณพื้นที่ป่าเหล่านี้..! มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะที่ “เทือกเขา ภูสระดอกบัว” ซึ่งเป็นพื้นที่ป่า ที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีแหล่งน้ำ ประกอบไปด้วยสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า กระจงเป็นต้น..!!

ในเขต อุทยาน ฯ ยังมีทิวทัศน์ ที่สวยงาม..! และความพิศดาร ของหินผา ที่มี”ความเด่น” เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ถึงร่องรอยของ การต่อสู้ อันเกิดจาก “ความขัดแย้งของการเมือง ครั้งเมื่อ มีคอมมิวนิตส์ หลบไปใช้พื้นที่เหล่านี้” จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้ มีศักยภาพ ของ “การท่องเที่ยว”

ภูสระดอกบัว ยังมีภูเขา ที่มีความสูงถึง 423 เมตร มีรอยต่อ 3 จังหวัด เช่น อ.นิคมคำสร้อย อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร และ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร อ.ชานุมาน และ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ

ยอดภูสระดอกบัว ยังมีแอ่งหิน ขนาดกว้าง ประมาณ 2 – 5 เมตร อยู่ 5 – 6 แห่ง และแต่ละแอ่ง จะมีน้ำขังตลอดปี มีบัวพันธุ์ต่าง ๆ ขนาดเล็ก ขึ้นอยู่เต็มสระเมื่อออกดอก จะมีความสวยงามมาก..!

ชาวบ้าน เล่ากันว่า..”มีบัวขึ้นอยู่อย่างนี้มานานแล้ว..และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงได้ชื่อว่า..”ภูสระดอกบัว”

และบริเวณเดียวกัน “มีถ้ำขนาดใหญ่” ซึ่งถ้ำแห่งนี้..เคยเป็นที่อยู่อาศัย ของผู้ฝักไฝ่ “ลัทธิคอมมิวนิสต์” สามารถบรรจุคนได้ถึง 100 คน..!!
สถานที่ท่องเที่ยว ของภูสระดอกบัวจะมี

1. “ภูผาแต้ม” จะประกอบด้วย “รอยฝ่ามือ และการเขียนสีโบราณ” (ก่อนประวัติศาสตร์) สันนิษฐานว่า..”เป็นยุคเดียวกับ ภาพเขียนสี ของ อุทยานแห่งชาติ ภูผาเทิบ” ที่จังหวัดมุกดาหาร..?? และภูผาแต้ม ยังมีหน้าผา..มีลักษณะ “คล้ายถ้ำ” เพราะหินไหลเลื่อนลงมาภาพเหล่านี้.. อยู่สูงจากถ้ำ ประมาณ 7 – 12 เมตร และถ้ำมีความยาว ประมาณ 60 เมตร

2. “ผาเกลือ” ลานหินบนภูวัด เป็นแหล่งท่องเที่ยว ของชาวท้องถิ่น โดยรอบ ” ภูผาแต้ม ” ในช่วง “วันสงกรานต์” และวันสำคัญ ทางพุทธศาสนา จะมีชาวบ้านมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก..!!

และแหล่งท่องเที่ยว ที่ไม่แพ้กัน เช่น.. “ภูผาหอม” “ภูแผงม้า” “ภูไม้ซาง” “ภูซอง” และ “ภูอัครชาด” “ภูสระดอกบัว” “ภูผาแตก” และ”ผาคอยนาง” การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติ “ภูสระดอกบัว” ให้ใช้ทางหลวง หมายเลข 2272 สาย อ.เลิงนกทา -อ.ดอนตาล ระหว่างหลัก กม.ที่ 24-26 ประมาณ 1 กม.จากทางหลวงแผ่นดิน อยู่ห่างจาก จ.อำนาจเจริญ ประมาณ 60 กม. ก็จะพบกับ อุทยาน ฯ ภูสระดอกบัว ตั้งอยู่ที่ บริเวณ “อ่างเก็บน้ำ ห้วยหินข้อ” หมู่ที่ 3 บ้านหนองเม็ก ต.ป่าไร่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

ท่าผู้ใดสนใจ จะไปท่องเที่ยว หรือ “ไปดู ดอกบัว”ซึ่งเกิดขึ้นเอง บนยอดเขาสูง ณ อุทยานแห่งชาติ ภูสระดอกบัว สามารถสอบถาม รายละเอียด ของการเดินทางได้ที่ อุทยานแห่งชาติ ภูสระดอกบัว ที่หมายเลข 042 – 619077 และฝ่ายนันทนาการและวิชาการ 042-676742 หรือ 085- 416-1979 และ ฝ่ายอนุรักษ์ และป้องกันทรัพยากร 042-676742 หรือ 089-032-5369 โดยมี “นายโยธิน ครองยุทธ” ผู้มีอัธยาศรัยดี มีไมตรีจิต ที่คอยดูแล นักท่องเที่ยว

“อย่าลืม..ไปสัมผัส ..ความมหัศจรรย์ของ ภูสระดอกบัว..??”

รายงานข่าวโดย “คุณสุปชัย วงศ์จอม”

Advertisements

ภาพบุกรุก และทำลายป่า สงวนแก่งชาติ อ.นครไทย

20140413_121839
เรื่อง ภาพบุกรุก และทำลายป่า สงวนแก่งชาติ อ.นครไทย เป็นภาพ ผู้ต้องหาและของกลาง จับได้ในที่เกิดเหตุ

การบุกรุก และทำลายป่าสงวนแห่งชาติ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ตั้งแต่ ปี พ.ศ 2549 จนมาถึงปัจจุบันนี้ บางพื้นที่จับได้ตัวผู้ต้องหา แต่บางพื้นที่จับไม่ได้ ผู้เขียน
งง..? ว่า ต้นยางพารา ยังเจริบเติบโต,,??
ปัจจุบันนี้..คงกรีดยางขายแล้วนะ… ฝากถาม..อธิบดี กรมป่าไม้ คนปัจจุบัน..!

20140413_122512

น่าอนาถ..ทรัพยากรป่าไม้ของไทย เหลือน้อย

1

น่าอนาถ..ทรัพยากรป่าไม้ของไทย เหลือน้อย
ณ ปัจจุบันนี้…
ดินแดนแห่งสยาม กาลนานมาแล้ว..บรรพบุรุษไทย ได้ปกป้อง “ผืนแผ่นดิน
สยาม” รวบรวมเอาไว้ ไม่ให้ใคร.? มาย่ำยีได้ จนมาเป็น “ประเทศไทย”ในปัจจุบัน
แต่…ปัจจุบันนี้..! ทรัพยากรป่าไม้ของไทย ถ้าจะประเมินแล้ว ป่าไม้เหลือเพียง
แค่ อัตราส่วน 1 ต่อ 4 ส่วน นอกนั้น..จะมีแต่..ต้นไม้ที่ถูก ตัดโค่น และทำลาย แผ้ว
ถางป่า จนโล่งเตียน..??
แทนที่..ต้นไม้ จะโอบอุ้มน้ำเอาไว้..กลับกลายเป็น “หน้าฝน” น้ำป่าไหลหลาก
เนื่องจาก..ป่าต้นแม่น้ำ ถูกทำลาย..! แล้วพายุโคลนก็จะถล่ม ตามมา..! ก่อให้เกิด
น้ำท่วมฉับพลัน..!!
ส่วนหน้าแล้ง ก็จะแห้งแล้ง..ขาดแคลนน้ำ นี้คือ..สาเหตุ ป่าไม้ ถูกทำลาย..!!
ดังเช่น พระราชดำรัส “มหาราชินี กับ ทรัพยากรน้ำ”
“คนที่ไร้ที่อยู่ ทำกิน ก็ต้องรู้สึกว่า พวกที่ต้องการรักษาป่า คือ ศัตรูขัดขวาง
ความสุขของเขา ฉะนั้น ป่าก็เป็นที่ต้องห้าม ขัดผลประโยชน์ของ พวกที่ไร้ที่ดิน
ทางเลือก ทางเดียว คือ ทำให้ป่า ที่อยู่ เป็นทางหากิน ของพวกเขา โดยมีคนของ
ทางราชการ ช่วยจัดและดูแลผลประโยชน์ ของพวกที่ไร้ที่อยู่ และผลที่เลิศ ของ
ส่วนรวมคือ “น้ำ” ซึ่งจำเป็นต่อชีวิต
และพระราชเสาวนีย์ “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า”
การบุกรุกป่า ของกลุ่มนายทุน ..? นับตั้งแต่ ผู้เขียน ได้เริ่มเขียนการบุกรุกป่า
ครั้งแรก เมื่อ ปี พ.ศ 2546 เริ่มต้น เขียนการบุกรุกป่า “ลุ่มน้ำ วังทองฝั่งขวา” ตาม
หนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทย รายวัน” ปีที่ 9 ฉบับลงวันที่ 17 มิ.ย 2546 และฉบับที่ 2155 โดย สกู๊ปข่าว พิเศษ “ปอ มัฆวาน” ใน หัวข้อ “เปิดโปง นายทุน..รุกป่า
ตัดต้นไม้ สร้างอาณาจักรอัปยศ” ในพื้นที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
ซึ่งทำให้ พื้นที่ป่าเสียหาย จำนวนหลายพันไร่..! โดยกลุ่มผู้มีอิทธิพล
ใหญ่คับฟ้า นามว่า “หม่อมกบ” ซึ่งเอาพื้นที่ มาสร้าง อาณาจักร บนป่าสงวนแห่งชาติ
ลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวา ซึ่งเป็นป่า “ต้นแม่น้ำแควน้อย” และมีแก่ง ซึ่งมีทัศนียภาพ
สวยงามมาก อุดมไปด้วยป่าไม้
แต่กลับถูกมาทำลาย..ด้วยน้ำมือ ของผู้มีอิทธิพล นามว่า..หม่อม..?
ทุกวันนี้ ป่าผืนนี้..ยังถูกครอบครองมาจนถึงปัจจุบัน.??
ต่อมาเมื่อ ปี พ.ศ. 2549 ทีมงานข่าว “ปอ มัฆวาน” ได้ลงพื้นที่ อ.นครไทย
ตามที่ชาวบ้านผู้รักป่าร้องมา เพื่อลงไปดู การบุกรุกทำลายป่า และได้นำมาตีแผ่..
ถึงการเข้าครอบครองป่าสงวนแห่งชาติ ตามหนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทยรายวัน”
ปีที่ 12 ฉบับที่ 3171 ลงวันที่ 27 เม.ย 2549 และฉบับที่ 3179 ลงวันที่ 2 พ.ค
2549 และฉบับที่ 3189 ลงวันที่ 10 พ.ค 2549 และ ฉบับที่ 3199 และ
ฉบับที่ 3206 ในหัวข้อ “รองพ่อเมือง ชี้รุกป่า นครไทย เป็นปกติวิสัย” แก้งมอดไม้
เขมือบป่า โซนซี ตีปีกลำพอง”ผู้เขียน ได้เขียนถึงรายละเอียด “การบุกรุกป่าและ
ผืนป่า ที่เสียหายดังนี้
จากผลการแปรภาพถ่ายทางดาวเทียม แผนที่แสดง สภาพการปกคลุมพื้นที่
ป่า ปี พ.ศ. 2543 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า จ.พิษณุโลก มีเนื้อที่ 6,789,937.50 ไร่ มีพื้นป่าสมบูรณ์เหลืออยู่ 2,436,676.93 ไร่
คิดเป็นร้อยละ 38.89 ของพื้นที่จังหวัด ซึ่งมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 13 ป่า
เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 3,177,301 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ มอบให้
ส.ป.ก. จำนวน 820,766.11 ไร่ พื้นที่ป่า ที่ถูกบุกรุกครอบครอง และได้ดำเนินการ
ตามมติ ครม.16 ก.ย 2540 และ 30 มิ.ย 2541 จำนวน 164,273.86 ไร่
พื้นที่ ที่ได้รับอนุญาต ใช้ประโยชน์ จำนวน 264,907.76 ไร่ ส่วนพื้นที่
อุทยาน ฯ และ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและอื่น ๆ ที่ทับซ้อน เขตป่าสงวนแห่งชาติ
จำนวน 710,144 ไร่
พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คงเหลือสุทธิ ที่ต้องหามาตรการดูแลรักษาให้คงไว้
จำนวน 1, 217,215.27 ไร่ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขากระยาง มีเนื้อที่ป่า
ตามกฎกระทรวง รวมทั้งสิ้น 332,000 ไร่ (อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติทั้งหมด)
แยกเป็นพื้นที่ป่าเพื่ออนุรักษ์(โซนซี) จำนวน 198,400 ไร่ ป่าเพื่อเศรษฐกิจ
(โซนอี) จำนวน 133,600 ไร่ พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ได้มอบให้ ส.ป.ก จำนวน
105,307 ไร่ บางส่วนเป็นพื้นที่ป่า ถูกบุกรุกครอบครอง เช่นป่าสงวน แห่งชาติ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
โดยกลุ่มนายทุน ซึ่งมีทั้งหมด จำนวน 8 กลุ่ม ใหญ่ เช่น กลุ่มเสี่ยทวี กลุ่มนายจิชาติ กลุ่มนางนงค์ กลุ่มเสียเพ้ง
กลุ่มเสี่ยศักดิ์ กลุ่มทรัพย์มงคล กลุ่ม “นายที”และ “นายธี” กลุ่มชาวต่างชาติ
ซึ่งกลุ่มนายทุนเหล่านี้ ทำการบุกรุก ป่าสงวนแห่งชาติหนองกระท้าว
เพื่อปลูกยางพารา และยางพารา ก็เจริญเติบโต มาจนถึงทุกวันนี้..!

ปรากฎว่า..ไม่มีหน่วยงานไหน เข้าปราบปราม และจับกุมอย่างจริงจัง
โดยเฉพาะ หน่วยงานหลัก คือ หน่วยป้องกันรักษาป่าของกรมป่าไม้ ในจุดที่บุกรุกนั้น ๆ แต่..กลับนิ่งดูดาย..ทำเหมือนทองไม่รู้ร้อน .??

ฝากถึง นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดี กรมป่าไม้ คนปัจจุบัน กรุณา
ลงพื้นที่ ปราบปราม ผู้บุกรุกและทำลายป่า และ กรุณาตรวจสอบ ว่าพื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติ ถูกบุกรุกไปมากเท่าไหร่แล้ว จริงอย่าง ทีมงานนักข่าวอิสระ ปอ มัฆวาน เขียนมานี้ หรือไม่..? อย่ามัวนั่งทับเก้าอี้ เสียจนเพลินนะครับ…???
ข่าวโดย “จ๊อส มัฆวาน”

( ฉบับหน้า ติดตาม ผู้บุกรุกและทำลาย ป่าสงวนแห่งชาติ อ.หล่มสัก และ อ.หล่มเก่า
จ.เพชรบูรณ์)