ปอ มัฆวาน ฟ้อง ถูกขัดขวาง การทำข่าว ขณะติดตาม เรื่อง ช้างและแก้งค์ไม้เถื่อน..! กรณี..ผู้ช่วย หัวหน้าอุทยาน ฯ สั่งปล่อยไม้..เหตุเกิด ที่ อุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์ กาญจนบุรี

1

สืบเนื่องจาก..คืนวันที่ 12 เม.ย 57 ทีมงานนักข่าวอิสระ ปอ มัฆวาน ได้เดินทาง เข้าพื้นที่
บริเวณ “ป่า”บ้านดงเล็ก – ดงใหญ่ รอยต่อกับ ป่าสงวนแห่งชาติ บ้านภูเตย ในช่วง”เวลากลางวัน”
ได้ออกเดินทางสำรวจ บริเวณป่า ซึ่งคาบเกี่ยวกับป่าอุทยาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก หน่วยป้องกันรักษาป่า
บ้านดงเล็ก – ดงใหญ่ ซึ่งเป็นจุดสะกัด เข้า – ออก ของเขต อุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์
ซึ่งได้พบ ร่องรอย ของการหากินของช้าง ของคืนที่ผ่านมา ซึ่งช้างตัวนี้..! ยังเหลือแค่ตัวเดียว
เป็นช้างเพศผู้ ขนาดวัยหนุ่ม..!!
แต่..สาเหตุที่ติดตามปัญหาเรื่องช้าง เพราะมีข่าวเล่าลือ จากชาวบ้าน ภูเตย และเจ้าหน้าที่
อุทยาน ฯ บางคน..? เล่าว่า..กลางปี ที่ผ่านมา ได้พบช้าง แม่ลูกอ่อนคู่หนึ่ง..วนเวียนหากินอยู่แถบนี้..!!
แต่..ปัจจุบันนี้..ไม่ปรากฎ พบเห็น..แม่ช้างและลูกช้าง และช้างอีก 1 ตัว นับตั้งแต่นั้นมาอีกเลย..??
ซึ่งในป่าแถบนี้ มีช้างทั้งหมด 4 ตัว หายไป 3 ตัว เหลือแค่ 1 ตัว ส่วนทั้ง 3 ตัว ซึ่งมีช้าง
แม่ลูกอ่อนรวมอยู่ด้วย ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย..??
จากกระแสข่าว ต่างยืนยันว่า..ช้างที่หายตัวไป..อาจจะถูกฆ่า หรือ..ถูกจับตัวไปแล้ว..!!
ทีมงานข่าว ปอ มัฆวาน จึงได้เกาะประเด็นเรื่องนี้ มาหลายวัน..!! และได้รับ การยืนยัน..จาก เจ้าหน้าที่
อุทยาน ฯ เขื่อนศรีนครินทร์ ชื่อ “นายบุญส่ง” ซึ่งทำหน้าที่เป็น หัวหน้า ด่านสะกัด บ้านดงเล็ก – ดงใหญ่
เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในแถบนี้ ให้กับทีมงานรับฟัง..!
จนกระทั่ง ข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ได้กระจ่างขึ้น.! กรณี..ปัญหาช้างที่หายตัวไป..?
เป็นเพราะสาเหตุอะไรนั้น..? เรามารับฟัง..ถึงสาเหตุดังต่อไปนี้..!
1. ได้มีการบุกรุกพื้นที่ ป่าอุทยานแห่งชาติ และป่าสงวนแห่งชาติ ตรงบริเวณช้าง
ที่ใช้เป็นแหล่งอาหาร เพื่อหากิน ยังคงเป็น ป่าชื้น และเป็น ป่าที่อุดมสมบูรณ์
2.ได้มี กลุ่ม นายทุน และชาวบ้าน พร้อมด้วย อดีตกำนันคนดัง ของ อ.ศรีสวัสดิ์
ได้เข้ามาบุกรุกจับจอง พื้นที่ “ป่าอุทยาน” เพื่อครอบครอง และปลูกสิ่งก่อสร้าง บริเวณ บ้านดงเล็ก -ดงใหญ่
และ ขยายพื้นที่ทำพืชไร่ เมื่อช้าง เข้ามาหากินและ ทำลายพืชไร่ ก็จะถูกกลุ่มของชาวบ้าน และนายทุน ผู้มีอิธิพล ขับไล่..! โดยใช้ปืนยิงขู่ ตลอดเวลา ที่ช้างลงมาหากิน..!!

3. ต่อมา..ช้างแม่ลูกอ่อนและช้างตัวอื่น ก็ได้สูญหายไป..! ไม่ปรากฎ..ให้เห็นอีกเลย
คงเหลือแต่..ช้างเพศผู้ตัวเดียว หากินเพียงลำพัง….อยู่ไม่ไกล..จากจุดสะกัด บ้านดงเล็ก – ดงใหญ่
นั่นแสดงว่า..ช้างตัวอื่น.อาจจะถูกฆ่าตาย..! และถูกคุกคาม..จึงไม่ปรากฎเห็นช้างเหล่านี้อีกเลย..??
ต่อมา นายบุญส่ง ซึ่งเป็น พนักงานราชการ ทำหน้าที่ เป็นหัวหน้า จุดสะกัด
บ้านดงเล็ก – ดงใหญ่ ยินยอม เปิดเผยข้อมูล จนได้มีการบันทึกเสียงเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน..!
เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ 57 ที่ผ่านมา “นายบุญส่ง” ไดนำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบ
ไม้ และจับกุม บริเวณป่าอุทยาน ฯ บ้านดงเล็ก – ดงใหญ่ ซึ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านขนาดใหญ่โตเอาไว้.!
ชึ่งเป็นของอดีตกำนันท่านหนึ่ง..? และยังได้รายงาน ให้กับ หัวหน้าอุทยาน ฯ ได้รับทราบ
ในระหว่าง การปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น “นายบุญส่ง” ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ จากผู้ช่วย
หัวหน้าอุทยาน ฯ เขื่อนศรีนครินทร์ ชื่อ “ผู้ช่วยต่าย” ได้กำชับ “นายยบุญส่ง” บอกว่า..”ไม้ทั้งหมด
เขาขอกูแล้ว ทำไม..? ต้องไปจับเขา..??” นายบุญส่ง จึงได้ชี้แจง ให้ผู้ช่วย ต่าย ได้รับทราบ
จนกระทั่ง ในวันที่ 10 เม.ย 57 ” นายบุญส่ง” ได้รับแจ้ง จาก หัวหน้า อุทยานแห่งชาติ
ให้มีคำสั่งด่วน..”ย้ายออกนอกพื้นที่” ไปเข้าเวร ที่สำนักบริหาร ฯ บ้านโป่ง ราชบุรี ทั้งที่ “นายบุญส่ง”
ไม่มีความผิดใด ๆ ต่อหน้าที่ ทำไม..? ผมจึงถูกกลั่นแกล้ง โยกย้าย เขาปรับทุกข์ กับ ทีมงานข่าว ปอ มัฆวาน
อยากจะลาออก แต่ทาง ทีมงานข่าว จึงห้ามปราม เอาไว้ .! ขอให้สู้ต่อไป เพื่อความถูกต้อง..!!
จากการบอกเล่า สิ่งที่เกิดขึ้น มีพยานรู้เห็น เช่น อดีตบอร์ด ออป.นายหนึ่ง..?
และข้าราชการ กระทรวงทรัพยากร ฯ ท่านหนึ่ง..? ต่างได้รับทราบปัญหา กับสิ่งที่ “นายบุญส่ง” เล่ามา..!!
ด้วยความสงสาร..? อดีต บอร์ด ออป. ท่านนี้..! ได้โทรศัพท์ ไปบอกเล่า..ให้กับ
“ผอ.อี่” ที่สำนักงานบริหาร ฯ บ้านโป่ง ได้รับทราบว่า เกิดอะไรขึ้น..? แต่เรื่องก็เงียบหาย..?? ไม่มีใคร..?
สนใจ คำสั่ง “ผอ.อี่” แม้แต่รายเดียว..??
จนกระทั่ง คืนวันที่ 12 เม.ย 57 ทีมงานข่าว ปอ มัฆวาน จึงได้วางแผน เข้าไปติดต่อ
กับ หัวหน้า จุดสะกัด บ้านดงเล็ก – ดงใหญ่ คนใหม่.. ที่ย้ายมา ปรับเปลี่ยน กับ “นายบุญส่ง” ซึ่ง ..
ทีมงานข่าว ปอ มัฆวาน แกล้งไปขอไม้แห้ง ที่โดนไฟไหม้และล้ม จำนวน 1 ต้น แต่..ได้รับการปฏิเสธ
และคำยืนยัน จาก คนที่อ้างตัวว่า เป็นหัวหน้า หน่วยจุดสะกัด บ้านดงเล็ก – ดงใหญ่ (ไม่ได้แต่งเครื่องแบบ)
บอกว่า..”ผมไม่ให้ไม้แห้ง” แต่..เขาไม่รู้ว่าการขอไม้แห้งนั้น เป็นแค่..การแสดงละครฉากหนึ่ง ของทีมงาน
ข่าว ปอ มัฆวาน เท่านั้น..! โดยไม่มีไม้แห้งและของกลาง เป็นหลักฐานแต่อย่างใด..?? ทีมงานข่าว
จึงตอบกลับว่า..”แล้วทำไม..ไม้ 30 ท่อน ของกำนันคนหนึ่ง.? ทำไม.จึงขอได้” แค่..ผมขอไม้แห้งล้ม..
ที่โดนไฟไหม้แค่ ต้นเดียว ไม่ได้หรือ..??
จึงเกิดการโต้เถียงกันเกิดขึ้น..และช่วงขณะ ทีมงานข่าว บันทึกภาพ และอัดสียงอยู่นั้น..!
ก็ได้มี.ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ (ไม่ได้สวมเครื่องแบแบ) ปรี่เข้ามา..ทำนองขู่จะทำร้าย..! เห็นท่าไม่ดี.. ทีมงาน
ข่าว จึงได้เดินทาง ออกนอกพื้นที่..!!
ตอนเช้า จึงได้โทรศัพท์ แจ้งให้ หัวหน้า อุทยาน ฯ เขื่อนศรีนครินทร์ ได้รับทราบ ปัญหาที่เกิดขึ้น..!!แต่..เรื่องก็ยังเงียบเฉย..??
จึงตั้งประเด็นถาม..? หัวหน้าอุทยาน ฯ ว่า..ท่าน จะปกป้องลูกน้อง..หรือ..? จะเรียกสอบ
ทั้ง สอง ฝ่าย..??
ประกอบกับ “การปล่อยไม้”จะต้องให้มี การสอบสวนด้วย ไม่อย่างนั้น..! “ท่าน” จะมี
ความผิด..? ฐานปล่อย..ให้มีการบุกรุกและทำลายป่า ในพื้นที่ อุทยาน ฯ เห็นได้อย่างชัดเจน..!! และจะต้อง
ตอบ ให้กับสังคมได้รับทราบว่า..”ช้างทั้งหมด…หายไปไหน..??”
ซึ่งในเรื่องนี้..หัวหน้า อุทยาน ฯ จะต้องดำเนินการสอบสวน ผู้ช่วย หัวหน้า อุทยาน ฯ
ในการกำชับสั่งการ..ให้ “นายบุญส่ง” ละเว้น..ในการปฏิบัติหน้าที่ “จับกุมไม้” ของกำนัน..? แต่..ท่าน
หัวหน้า อุทยาน ฯ เขื่อนศรีนคริทร์ คนนี้..! กลับ..?ไม่มี การแต่งตั้ง คณะกรรมการใด ๆ เกิดขึ้น ..!
นั่นแสดงว่า..หัวหน้า อุทยาน ฯ คนนี้.. กำลังละเว้น ในการปฏิบัติหน้าที่..? โดย..
ให้ความช่วยเหลือ ผู้ช่วย หัวหน้า อุทยาน..!! จึงถือว่า..การกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่..กลับไป
กลั่นแกล้ง “พนักงานราชการ” คนที่รายงาน เรื่องไม้ ซึ่งปรากฎ ในเทปและหลักฐาน ที่ทีมงานข่าว
ได้บันทึกเอาไว้..! แล้วนำส่ง เรื่องทั้งหมด ให้กับท่านรักษาการ อธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ
พันธุ์พืช เพื่อสอบสวน และยื่นต่อ สำนักงาน ปปช. เพื่อดำเนินการเอาผิด กับ หัวหน้า และ ผู้ช่วยอุทยาน ฯ
เขื่อนศรีนครินทร์
“พวกคุณ..?อย่าได้โยน ตราบาป..! ให้กับผู้อื่น..ในสิ่งที่เกิดขึ้น..? ถึงกรณี..ช้างหาย. และ
ป่าถูกบุกรุก.และถูกทำลาย..!! และยังมีการแสวงหาผลประโยชน์ จากงบประมาณหลายด้าน ของอุทยาน ฯ
เขื่อนศรีนครินทร์ ได้นำหนังสื
ถึงจะได้นำเรื่องนี้..! ทางทีมงาข่าว จะ นำหนังสือ ยื่นต่อ สำนักงาน ปปช.ต่อไป และไม่สนใจว่า..”คุณ”จะเป็น”เด็ก”

รมต.หรือ..? เด็กรักษาการ อธิบดี ส่วนความผิดของพวกคุณ..รออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว..? แล้วยังให้
การสนับสนุน ผู้ใต้บังคับบัญชา คิดจะทำร้าย “ปอ มัฆวาน”ที่เข้าไปสืบหาข้อมูล เพื่อนำมาเปิดโปง..
ในการปฏิบัติหน้าที่ ของพวกคุณ..?
ทางทีมงานข่าว ก็ต้องทำหน้าที่ เพื่อเอาความจริง มาเปิดเผย..ต่อสาธารณชน ให้รับทราบ
ความจริงต่อไป,,!!

“ทีมงานนักข่าวอิสระ ปอ มัฆวาน”

Advertisements

กรมอุทยาน ฯ ทำไม..? จึงช่วยเหลือ คนชั่วเอาไว้

IMG_2862481910367

1. พัวพัน คดีอุ้มฆ่า แกนนำเสื้อแดง เพชรบุรี

2. นายบิลลี่ ถูกอุ้มหายไป..!

3.ยังถูกตั้งข้อหา เผาบ้านกระเหรี่ยง และทำหน้าที่ หย่อนยาน กรณี ช้างตายหลายตัว และทำตัวเป็น มาเฟียเจ้าพ่อ ในคราบ หัวกน้าอุทยาน ฯ
รัฐมนตรี อธิบดี ไม่มีใครกล้าย้ายม้น ..?? นั่นแสดงว่า..มันใหญ่จริง หรือว่า.. ผู้ใหญ่ในกรม รับผลประโยชน์ จากมันอยู่ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนของไทย ยังไม่ให้ความสนใจ ให้ความช่วยเหลือ ชาวกระเหรี่ยง ที่ถูกรังแก

ฝากถึง ชาวกระเหรี่ยง ไทย ทุกคน จงลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อความถูกต้องของพวกท่าน เพราะยุคนี้ ต้องใช้คนหมู่มาก จึงจะชนะ เรื่องนี้ จึงฝากถึง หน่วยงานข้าราชการตำรวจโดยตรง
ให้ความช่วยเหลือ ชาวกระเหรี่ยง ก่อนที่จะถูกอุ้มหายไปมากกว่านี้ เพราะสังคมในกรมอุทยาน ฯ หลายคน ก็ไม่ชอบคนพรรค์นี้ ยกเว้น ผู้ใหญ่ในกรมอุทยาน ฯ
ที่หาเศษ..หาเลย..กินกับมัน ..? ไม่เช่นนั้น.. มันคงถูกย้าย ตั้งแต่ ช้างตายแล้ว..!!

IMG_2846710396485

มหกรรมสงกรานต์สุดนัว ทัวร์สนุกแบบเซาะกราว ดับร้อนให้ชาวไทย กับงาน “สงกรานต์ มิวสิคเฟสติวัล”

557000004125502
“เนวิน” ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ดเปิดสนามไอ-โมบาย จัดมหกรรมสงกรานต์สุดนัว ทัวร์สนุกแบบเซาะกราว ดับร้อนให้ชาวไทย กับงาน “สงกรานต์ มิวสิคเฟสติวัล GU12 ใหญ่กว่า! มันส์มาก!” 13-14 เม.ย.นี้ พบทะเลโฟมขนาดยักษ์ และชมคอนเสิร์ตศิลปินดังทั้งสตริง-ลูกทู่ง รวม 40 วง

บรรยากาศบริเวรงานวันแรก ณ สนามไอโมบายสเตเดียม เมื่อวันที่ 13 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร มีกำหนดเปิดสนามฟุตบอลไอ-โมบาย สเตเดี้ยม จัดงาน “สงกรานต์มิวสิคเฟสติวัล GU12 ใหญ่กว่า! มันส์มาก!” ในวันที่ 13-14 เมษายน 2557 นี้ ซึ่งเป็นมหกรรมความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ สนุกสนาน เพื่อตอบแทนแฟนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั่วประเทศ ในฐานะผู้เล่นคนที่ 12 หรือเรียกกันว่า “GU12” ที่คอยส่งแรงใจและแรงเชียร์ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตลอดมา ได้ร่วมสนุกด้วยกันขอให้เที่ยวงานปีใหม่ไทยอย่างมีความสุขและขอให้ประชาชนทุกท่านรักกันฉันท์พี่ฉันท์น้อง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันเพื่อจังหวัดบุรีรัมย์ของเราจะได้เป็นแบบอย่างที่ดี นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจะได้เห็นแต่ภาพที่มีความประทับใจ เพราะเดี๋ยวนี้จังหวัดบุรีรัมย์ของเราเป็นโกล์อินเตอร์แล้ว

สำหรับความพิเศษของงาน บุรีรัมย์ สงกรานต์ มิวสิคเฟสติวัล ในปีนี้คือจัดยิ่งใหญ่กว่าเดิมและมันมาก ด้วยการเพิ่มความสนุกทางดนตรี จับศิลปินแนวสตริง และศิลปินแนวลูกทุ่งหมอลำมาสลับกันขึ้นเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ 2 วัน 2 เวที รวมศิลปินทั้งสิ้น 40 วง

โดยวันที่ 13 เมษายน 2557 เวทีคอนเสิร์ตแนวสตริง พบกับ The Richman toy, กะลา, เสือ ธนพล, Zeal, Potato, Ebola, ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ส่วนเทวีลูกทุ่ง พบกับวงซูเปอร์สตาร์ประชานิเวศน์ แมน มณีวรรณ, เปาวลี พรพิมล, จินตหรา พูนลาภ, วงซูเปอร์วาเลนไทน์, เด่นชัย วงศ์สามารถ

วันที่ 14 เมษายน 2557 เวทีคอนเสิร์ตแนวสตริง พบกับ แสงระวี, Deep O Sea, Cowboy, The Super glasses ska Ensemble, Slur, Retrospect, Big Ass, ป้าง นครินทร์ กลิ่นศักดิ์, Thaitanium, ส่วนเทวีลูกทุ่ง พบกับ ต่าย อรทัย, คัทลียา มารศรี, พี สะเดิด, ลูกแพร อุไรพร, ปอยฝ้าย มาลัยพร, บัวผัน ทังโส-ศรีจันทร์ วีสี

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้เพลิดเพลินกันอย่างเต็มอิ่ม อีก 6 เวทีขนาดยักษ์จากผู้สนับสนุนใจดี กับกิจกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ในแบบฉบับเซาะกราว และตื่นตาตื่นใจกับทะเลโฟมขนาดยักษ์อีกด้วย ซึ่งผู้จัดงานระบุว่า เที่ยวสงกรานต์ปีนี้ต้องมาเที่ยวสงกรานต์ที่งาน “GU12 ใหญ่กว่า! มันส์มาก!” แล้วจะรู้ซึ้งถึงความสนุกสุดนัวที่คุณจะติดใจจนต้องมาทัวร์ จ.บุรีรัมย์ ทุกปี

DSCF0722

ศูนย์ข่าว นสพ.สุรินทร์นิวส์ประจำ จ.บุรีรัมย์ รวมน้ำใจพัฒนาท้องถิ่น ช่วยลดอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์

DSCF0702

ศูนย์ข่าว นสพ.สุรินทร์นิวส์ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ รวมน้ำใจพัฒนาท้องถิ่น ช่วยลดอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557

ทีมผู้สื่อข่าว นสพ.สุรินทร์นิวส์ ประจำจังหวัดบุรีรัมย์นำโดย นายปริญญา นุยอนรัมย์ ,นายเคียง วิชัยรัมย์ , นายธีรศักดิ์ เต้นภูษา , ได้หารือกันและรวบรวมปัจจัยเงินส่วนตัวในการจัดซื้อ หิน ปูน ทราย มอบให้ คณะ ส.อบต.หมู่ 4 บ้านโคก ต.ห้วยราชราช อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีนายไพฑูรย์ สาระรัมย์

, นายสุพรรณ ตระกูลรัมย์ , สมาชิก ส.อบต หมู่ 4 บ้านโคก พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และสารวัตรกำนัน ตำบลห้วยราชา เป็นตัวแทนรับมอบและได้เกณฑ์ชาวบ้านลูกบ้าน มาช่วยกันพัฒนาทางเข้าหมู่บ้านเนื่องจากถนนหนทางเข้าหมู่บ้านเป็นหลุมเป็นบ่อ รถราสัญจรลำบากเกิดอุบัติเหตุหกล้มบ่อยๆ ทางด้าน ส.อบต.หมู่ 4 ได้เดินทางมาปรึกษาหารือกับทีมสื่อมวลชนที่ศูนย์ข่าว นสพ.สุรินทร์นิวส์ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ เลขที่ 373 หมู่ 11 ถนน.บุรีรัมย์ – ประโคนชัย ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา ทางด้านทีมผู้สื่อข่าวสื่อมวลชนสุรินทร์นิวส์ประจำจังหวัดบุรีรัมย์จึงได้รวบรวมงบประมาณส่วนตัว ช่วยกันร่วมบริจาคช่วยเหลือสังคม ในจังหวะช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ชาวบ้านจะได้สัญจรเข้าออกหมู่บ้านได้สะดวกเป็นการช่วยป้องกันและช่วยลดอุบัติเหตุให้กับชาวบ้านละแวกนี้ด้วย งานนี้ก็อิ่มบุญไปตามๆกันทั้งผู้ให้และผู้รับ นะครับ…พี่น้อง

DSCF0693

DSCF0695

เปิดโปง..วิกฤตหนักบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ

pitsnulok
โดย ปอ มัฆวาน เขียนสกู๊ปพิเศษ พิมพ์ไทยรายวัน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 เปิดโปงอย่างต่อเนื่อง จนบางคดี นำสู่ ขบวนการ ดี เอส ไอ เข้าตรวจสอบ

มาย้อนดูว่า ป่าสงวนแห่งชาติ ถูกบุกรุก โดย นายทุน.? เพื่อเข้าปลูกยางพารา ได้อย่างง่ายดายเช่นไร…??

เริ่มตั้งแต่ ป่าสงวนแห่งชาติ ชาติตระการ ป่าสงวนแห่งชาติโป่งดินดำ ป่าสงวนแห่งชาติ นครไทย หนองกระท้าว ป่าสงวนแห่งชาติ แควน้อย ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวา ป่าสงวนแห่งชาติ เขาผักหวาน ป่าสงวนแห่งชาติ สวนเมี่ยง ป่าสงวนแห่งชาติ เขากระยาง ทั้งหมด ตั้งอยู่ใน เช่น อ.วัดโบสถ์ อ.ชาติตระการ อ.นครไทย อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

ป่าทั้งหมดนี้ เป็นป่าต้นกำเนิด แม่น้ำแควน้อย โดย นายมานพ สายอุ่นใจ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ ยุทธการแก้ไขปัญหา วิกฤตป่าไม้ของชาติ ที่ 2 พิษณุโลก (ศูนย์ ศปย.ที่ 2) ได้ออกสำรวจว่า.. พื้นที่ป่า ถูกบุกรุก ประมาณ 200,000 กว่าไร่..!!

ตามมาดูว่า..ทำไม..?ป่าสงวนแห่งชาติเหล่านี้ จึงถูกบุกรุกได้อย่างง่ายดาย..?? มีข้อสังเกตุดังต่อไปนี้..!

1. หน่วยป้องกันรักษาป่า ของกรมป่าไม้ ตั้งอยู่ในสถานที่เกิดเหตุทั้งสิ้น เช่น หน่วยป้องกันรักษาป่าปากพาน หน่วยป้องกัน รักษาป่าน้ำโจน ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ ซึ่งอยู่ติดกับ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
2. หน่วยที่ตั้ง ป้องกันรักษาป่า ของกรมป่าไม้ อ.ชาติตระการ มีอยู่ 2 หน่วย
3. หน่วยที่ตั้ง ป้องกันรักษาป่า ของ อ.นครไทย มีอยู่ 1 หน่วย และ 1 จุดสะกัด
4. ส่วนที่ตั้ง หน่วยป้องกันรักษาป่า วังทอง มี 1 หน่วย

นี้..ยังไม่รวม หน่วยงาน ส่วนราชการอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กับป่าสงวนแห่งชาติ เช่น หน่วยงานของ อุทยานต่าง ๆ และ หน่วยงานป่าต้นน้ำ ก็มีกระจายไปทั่วในละแวกนั้น

แต่..ประเด็นนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า..ทำไม..? คนพวกนี้.จึงปล่อยให้มีการบุกรุกป่า ก็เพราะ..มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้กลุ่มหนึ่ง..?? และ เจ้าหน้าที่ ต.ช.ด กลุ่มหนึ่ง..? ในครั้งนั้น..! “ฮั้วกัน..เก็บจากผู้บุกรุกป่า คิดเป็นไร่ละ 2,000 บาท ต่อไร่” ถ้าใคร..จ่ายเงินให้ ก็จะทำไม่รู้..ไม่เห็น..??

กรณี..มีหน่วยงานอื่นเข้าไป จะจับกุม ป่าไม้ในท้องที่ ก็จะส่งสัญญาณ ให้ผู้บุกรุกป่า หลบหนีไปทุกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ส่วนกลางจากหน่วยงานอื่นเข้ามาพื้นที่ ที่มีการบุกรุก ..! คนพวกนี้..ก็จะหลบไป ..? เป็นอย่างนี้ซ้ำซากตลอดมา….??

ครั้งก่อน..มีอดีต ผู้ว่าราชการคนหนึ่ง..? ใน จ. พิษณุโลก ได้โทรศัพท์ไปยัง อดีตอธิบดี กรมป่าไม้ “นายสมชัย เพียรสถาพรใด้เสนอแนะ ให้ย้าย หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า 5 อำเภอ ในเขต จ.พิษณุโลก พ้นออกจากพื้นที่ “ฐานปล่อยให้ป่าถูกบุกรุก” นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดี กรมป่าไม้ในครั้งนั้น เซ็นอนุมัติคำสั่งย้ายทันที..!!

ไม่นาน..คนพวกนี้..! ก็กลับเข้ามาอยู่ในพื้นที่ใหม่ได้..? และยังมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่ง..? แสวงหาผลประโยชน์ โดยเรียกเก็บเงิน จากผู้บุกรุกป่า..ส่วนหนึ่ง ส่งให้กับ ผอ.คนหนึ่ง ที่มีอำนาจสั่งการ..?? และเป็นที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง ในการไปตรวจป่าแต่ละครั้ง ก็จะมี อ้าย – อี คนนี้.. ติดตามไปตลอด.?? กระทั่ง..เรียกเก็บเงินจากนายทุน…??? ในเขต จ.เพชรบูรณ์ เป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท

อ้างว่า..นำส่งให้กับ นายใหญ่ ในกรมป่าไม้.?? เมื่อ ปอ มัฆวาน ได้ทำการสืบเสาะเจาะลึกลงไป..! “มันเริ่ม..จะมีมูลความจริง ขึ้นมา” แม้กระทั่ง..ฝ่ายข่าว กอ.รมน.ภาค 3 หรือ สันติบาล ในที่นั่น และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่..? หรือ ผู้ที่ทำงานอย่างตรงไป-ตรงมา ก็ได้รับข้อมูลเช่นกัน..!!

ปอ มัฆวาน จึงได้นำเรื่องนี้ ไปถามไถ่ คนสนิท อธิบดี บุญชอบ บ้านอยู่เชียงราย ชื่อเล่นว่า..”ม” สองตัว นามว่า “แมว-หมูแต่.. คนสนิทของ อธิบดี บอกว่า..อธิบดีคนนี้ เป็นคนมือสะอาด “ปอ” ได้ยินบุคคลทั้งสอง การันตี จึงเชื่อตาม เพราะบุคคลทั้งสองนี้ เป็นคนใกล้ชิดกับ ย.ย แต่..ยังมีข้อกังขาอยู่ “ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 200,000 กว่าไร่ ใน จ.พิษณุโลก และป่าสงวนแห่งชาติ ในเขต

จ.เพชรบูรณ์ ตั้ง 100,000 กว่าไร่ แล้วมันถูก ” อ้าย – อี คนไหน..ตัด..จนโล่งเตียน ภายในพริบตา..??” กลายเป็นสวนยางพาราขึ้นมาทันที..!! ถ้าไม่มี เจ้าหน้าที่ของ กรมป่าไม้ (กลุ่มหนึ่ง) เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย..?? คงยากที่จะทำได้เช่นนี้..!!

การทำคดีแต่ละแปลง ก็เป็นไปอย่างล่าช้า..? นายทุนหลายเจ้า..?? เข้าไปบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ตรงนั้น ต่างร้องครวญครางตามหลัง “ปอ มัฆวาน” ได้ยิน..ฝูงอีแร้ง และเหลือบ ต่างรุมแทะ หาเศษ..หาเลย..!! ถ้าเจ้าไหนไม่จ่าย ค่าคุ้มครองก็จะระดมกำลัง เข้าไปตรวจสอบ ก็ได้แต่หวังพึ่ง “หน่วยงาน ดี เอส ไอ. ว่า..จะมีความสามารถ เอาผืนป่า กลับคืนมาสู่ “ผืนแผ่นดินไทย”
ให้ลูกหลาน..ชนข้างหลัง หรือไม่..?? เพราะผลประโยชน์ มันมากที่สุดในตรงนั้น..!!

ข้อมูลส่วนลึก ติดต่อ เอาได้ที่ “ทีมงานนักข่าวอิสระ ปอ มัฆวาน”