ยื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กลุ่มต่อต้านการบุกรุกป่า และต่อต้านการคอรัปชั่น ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม นำโดย นายอุทัย อรินทร์ นายประทีป วชิระธัญญากุล ทีมงานข่าวอิสระ ปอ มัฆวาน สื่อมวลชนหลายสิบท่าน พร้อมด้วย ทนายความฝ่ายกฎหมาย นายชูศักดิ์ รวีไพจิตร ได้นำหลักฐาน ข้อมูล เสนอต่อ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานสำนักงานอำนวยการยุทธการ การปราบปราม เกี่ยวกับ การกระทำความผิด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเรียกร้องให้ ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ ที่มีการบุกรุกป่าแบบซ้ำซาก เชิงบูรณาการณ์ เอื้ออำนวย ให้กับกลุ่มนายทุน มากกว่า 250,000 ไร่ ในเขตพื้นที่ จ.พิษณุโลก และ จ.เพชรบูรณ์ ทางกลุ่มต่อต้านฯ ต้องการให้มีการประกาศ บังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ เช่น กฎหมายมาตรา ๒๕ กรมป่าไม้ กรมการปกครอง สามารถร่วมกันออก และ บังคับ ใช้ได้อยู่ แล้วตามหน้าที่ แต่ปัจจุบันนี้ พบว่าการบังคับใช้ กฎหมายมาตรา ๒๕ เป็นไปอย่าง เอื้ออำนวย ให้กับนายทุน เข้าบุกรุกป่า โดยทาง กรมป่าไม้ และ ผู้ว่าราชการ ต่างเล่นลูก โยนกันไปมา ไม่ต่างไปจาก กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไม่มีการบังคับใช้ กฎหมายมาตรา ๒๒ ที่กรมอุทยานฯ สามารถประกาศ ได้อย่างทันที เข้าอายัดทรัพย์สิน หรือสั่งการ ให้กลุ่มนายทุน ขนย้ายสิ่งก่อสร้าง ทุกชนิดออกไปจากพื้นที่ ที่มีการเข้าถือครองที่ดิน ในเขตอุทยานแห่งชาติหรือเขตป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องค่าเสียหาย ทางแพ่งและอาญา ต่อผู้กระทำความผิด ที่เข้ามาบุกรุก ในที่อุทยานแห่งชาติฯและเขตป่าสงวนแห่งชาติ

พบว่าปัจจุปันนี้กลุ่มนายทุน ได้ทวีความรุนแรง เข้าทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะป่าต้นแม่น้ำแควน้อย ในเขตจังหวัดพิษณุโลก และ ป่าต้นแม่น้ำป่าสัก ในเขตอำเภอด่านซ้าย จ.เลย และ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ จึงตั้งคำถามไปยัง อธิบดีกรมป่าไม้ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ทรัพยากรหลายแสนไร่ ที่คนของพวกท่านปล่อยให้กลุ่มนายทุน เข้าไปถือยึดครองป่าสงวนแห่งชาติ แล้วทำการปลูกยางพาราแทนป่าที่สมบูรณ์ ครั้งที่จะป้องปราม สกัดยับยั้ง แต่ก็หาไม่ เสียดายเงินงบประมาณ ภาษีของหลวง ที่ทุ่มให้กับกรมป่าไม้ นับหลายร้อยล้านบาทต่อปี แต่ปรากฏว่า ป่ายังคงถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นทางกลุ่มสื่อมวลชนอิสระ ปอ มัฆวาน โดย นายอุทัย อรินทร์ พร้อมพวกทนเห็นพฤติการณ์ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ปล่อยให้มีการบุกรุกป่าอย่างง่ายดาย จึงได้ดำเนินการ เข้าแจ้งข้อมูล ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้ดำเนินการสืบสวนและสอบสวน เอาผิดต่อเจ้าหน้าที่ในสังกัด ที่ปล่อยให้ป่าถูกทำลาย

จากนั้นทางทีมงาน จึงได้เดินทางเข้าพบ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ ที่ ปปช. เพื่อแจ้งข้อมูลเอาผิดกับข้าราชการหลายท่าน เช่น ข้าราชกรมอุทยานฯ ที่มีปัญหาการคอรัปชั่นทางภาคใต้ และให้มีการสืบสวนเอาผิด กับข้าราชการกรมป่าไม้ ทุกชั้น พวกหนึ่ง ที่ปล่อยให้ป่าสงวนแห่งชาติ มีการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง….

ช่วยกันรณรงค์ต่อต้านการคอรัปชั่นในกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปล่อยให้ทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลายอย่างง่ายดาย…จึงฝากถึงพี่น้องประชาชนคนไทย ร่วมมือร่วมใจ ต่อต้าน ยับยั้ง ข้าราชการกลุ่มนี้ ก่อนที่ป่าไม้จะไม่เหลือให้ลูกหลานได้เห็น ไม่เช่นนั้น ปัญหาความแห้งแล้ง จะตามมา น้ำท่วมก่อตัวให้เห็นซ้ำซาก นั้นคือป่าไม่เหลือแล้ว….ต้องขับไล่เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้…ให้พ้นออกไปในหน้าที่แล้วดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายเพื่อไม่เป็นเยี่ยงอย่าง…ต่อไป..

สนใจร่วมกันต่อต้าน รวมพล ใหญ่เดือนเมษายนที่จะถึงนี้…..ที่..หน้ากรมป่าไม้…

ออกไปกันให้เยอะๆๆนะครับ เพื่อผืนป่าของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน……ไม่มีสี..ไม่เลือกข้าง….เราร่วมกันปกป้องป่า….สนองต่อ…องค์พระมหากษัตริย์และองค์สมเด็จพระราชินี..ที่ท่านทั้งสองพระองค์ทรงมีความห่วงใยต่อผืนป่า…..ในวันนั้นเราจะนำรายละเอียดข้อมูลการบุกรุกป่า..ตีแผ่..ให้กับสื่อมวลชน…ทุกภาคส่วนได้รับรู้…ความไม่เอาไหนของข้าราชการกรมป่าไม้ บางกลุ่ม ที่ฝังรากลึก หากินกับผืนป่าและงบประมาณชั่วกาลนาน สืบทอดกันมาแต่ละยุคแต่ละสมัย ไม่เช่นนั้น ตำแหน่งใหญ่ในกรมป่าไม้ ใครว่าไม่มี ผลประโยชน์ไม่มาเกี่ยวข้อง หลาย คนในกรมป่าไม้ต่างทราบดี ถ้าเจ้าหน้าที่ในกรมป่าไม้ จะให้ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวมของประเทศชาติโปรดแจ้งมาได้ที่ทีมงานเรานะครับ……