สุนัข โกอินเตอร์ ข้ามโขง ปลายทางเวียตนาม เจ้าหน้ารัฐ รับส่วยหมา ปล่อยผ่านด่าน

สุนัขเป็นสินค้าที่ส่งออก ในรูปตัวเป็นๆ หลายจังหวัดในแถบภาคอีสานตอนบนเช่น นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ ได้มีพ่อค้ารถเร่ กะแป๋งแลกสุนัข ซึ่งทำเป็นธุรกิจถาวร มานานหลายปี มีผู้ยึดอาชีพนี้ จากตัวเลขแบบคร่าวๆประมาณ ๒๕๐ คัน โดยใช้รถปิกอัพตอนเดียว ทำเป็นกรงแบบทันสมัยลดต้นทุนเป็นพาสติค อดีตที่ผ่านมา ทำเป็นกรงเหล็กเหมือนรถคอกหมูได้ตะเวนเอา กะแป๋งหรือกาละมัง บรรทุกใส่รถตะเวนนำไปแลกสุนัขตามชนบทในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง

ในบางครั้งก็แอบขโมยสุนัข ไม่ว่าพันธุ์เทศหรือพันธุ์สุนัขพื้นบ้าน แอบจับขโมยขึ้นรถ ตะเวนไปประมาณ ๗ วันหรือ ๑๐ วัน ก็จะกลับสถานที่ตั้งที่เก็บสุนัขในเขตสกลนคร นครพนม เพราะรถปิกอัพคันหนึ่งบรรจุสุนัขได้ ๑๕๐ ตัว ถ้าส่งถึงเวียตนาม ตกตัวละ ๒,๐๐๐ บาท อาชีพกะแป๋งแลกสุนัขทำความร่ำรวย ให้กับพ่อค้าสุนัข ทั้งรายย่อยและรับช่วงส่งระหว่าง ชายแดนไทยไปลาว คิดเป็นมูลค่าแต่ละเที่ยว ในการส่งออกสุนัขเดือนหนึ่งๆ มูลค่าส่งออกสุนัข ประมาณ ยี่สิบล้านบาทต่อเดือน

ส่วนที่มีผู้นิยมนำสุนัขข้ามไปเวียตนาม จะรอขนส่งข้ามที่อำเภอบ้านแพงเป็นส่วนใหญ่เพราะอำเภอบ้านแพง จ.นครพนม อยู่ตรงกันข้ามเมืองปากะดิ่ง สปป.ลาว จากนั้นก็นะนำสุนัขลำเลียงจากเมืองปากกะดิ่ง (ลาว) ไปตามถนนหมาย ๑๓ ต่อหมาย เลขที่ ๘ แขวงเมืองบุริคำไช ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างชายแดนลาว-เวียตนามมุ่งสู่จังหวัดชายแดนของเวียตนาม จังหวัด เงอาน ฮาติง เพราะถนนเส้นนี้ที่พ่อค้าสุนัขต้องนำส่งกันข้ามด้าน อ.บ้านแพง ปากกะดิ่ง ระยะทางมันใกล้ประมาณไม่ถึงสองร้อยกิโลก็ถึงเวียตนาม
เมื่อสุนัขเหล่านี้พอไปถึง ตลาดเวียตนามแล้ว ก็จะนำไปพักที่ฟาร์มสุนัขเพื่อให้อาหาร รอขุนให้อ้วนประมาณไม่เกิน สิบห้าวัน ก็จะส่งโรงเชือด แล้วส่งไปตามภัตตาคาร และร้านอาหารระดับหรูเพื่อตุ๋นยาจีน คนจนไม่มีโอกาส ได้รับประทานเนื้อสุนัขเหล่านี้ เพราะเป็นอาหารชั้นเลิศของคนที่ร่ำรวยที่นิยมรับประทาน เพราะเนื้อสุนัขที่ประเทศเวียตนามขาดแคลน จนต้องสั่งที่ประเทศไทย

เดิมทีแรกมีผู้นิยมเนื้อสุนัขมารับประทานในวงแคบๆ ในเขตสุขาภิบาล จ.สกลนคร ในหมู่ชาว ญวนเก่าที่อพยพมาจากเวียตนาม เข้าอยู่ในเขตสุขาภิบาลท่าแร่ ประมาณแปดสิบปีที่แล้วในยุคสงครามอินโดจีนหรือไทยญวนเก่า ซึ่งมีผู้ใช้บัตรประชาชนเป็นคนไทยทั้งหมดแล้ว ต่อมาจึงได้มีการเปิดตลาดที่เวียตนามเป็นรูปธุรกิจสุนัขส่งออก จนถึงทุกวันนี้และก็ยังมีผู้ยึดอาชีพ กะแป๋งแลกหมากระจายไปทั่วหลายจังหวัดในภาพอีสาน…จึงตั้งคำถามไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบและปฏิบัติตามกฏหมาย เพราะเท่าที่ทราบทุกวันนี้เส้นทางนำสุนัขข้ามโขงจะมี ขบวนการ เคลียร์ด่านตำรวจเริ่มตั้งแต่เขตด่านตำรวจจังหวัดกาฬสินธุ์ก่อนวิ่งข้ามถนนเขาภูพานมุ่งสู่เขตรับผิดชอบของเจ้าหน้าตำรวจสถานีตำรวจภูพาน ซึ่งมีด่านตรวจถาวร แทบทุกอำเภอในจังหวัดสกลนครรวมถึงด่านตำรวจจังหวัดนครพนมทุกอำเภอเพราะเป็นเขตชายแดนจำเป็นจะต้องมีด่านเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกอำเภอตรวจค้นเพื่อสกัดยาเสพติดและของผิดกฏหมายทุกชนิดยกเว้นรถบรรทุกสุนัขไม่มีการจับกุมแต่อย่างใดเนื่องจากมีผู้ประกอบการสมาคมผู้ค้าสุนัขรายใหญ่เขตท่าแร่ เป็นผู้หยิบยื่นผลประโยชน์ส่วยรถหมา (สุนัข) ตกตัวละยี่สิบบาทขาดตัวห้ามต่อรอง ซึ่งรถหมาจะวิ่งขนส่งเข้ามาในเขต สกลนคร นครพนมกระทั่งมุกดาหารบางส่วน ถัวเฉลี่ยจะมีรถหมาวิ่งเข้าในเขตจังหวัดต่างๆนี้ในเวลา ห้าทุ่ม จนเกือบสว่างของวันรุ่งขึ้นทำอย่างนี้ประจำทุกวันและทุกคืน

ส่วนที่จับกุมได้ที่เป็นข่าวคึกโครมเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น เนื่องจากกลุ่มนี้ไม่ได้เคลียร์ตามกระแสข่าวที่ได้ข้อมูลมา จึงฝากไปถึงส่วนราชการต่างๆที่มีการพบเห็น ขบวนการกะแป๋งแลกสุนัข ที่ทารุณสัตว์ ขังในกรงแคบๆ ไม่ได้กินอาหารตลอดระยะเวลาสิบวันที่อยู่บนรถ จึงฝากให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ช่วยดำเนินการจับกุมกวดขันเนื่องจากขบวนการนี้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าเรามองกันแบบเผินๆคือเป็นเรื่องธรรมดาแต่ขบวนการสุนัขข้ามโขงเป็นขบวนการใหญ่โต มีเงินหมุนเวียนเดือนละไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านขึ้นไป

ทั้งที่จังหวัดสกลนคร นครพนม เป็นเมืองพระพุทธศาสนามีองค์พระธาตุพนมและจังหวัดสกลนครมีองค์ พระธาตุเชิงชุม ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือและเป็นสถานที่ปฏิบัติกรรมฐาน สาย หลวงปู่มั่น ภูริฑัตโต ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการค้าสุนัขและทารุณสัตว์เช่นนี้.

ทีมงานข่าว ปอ มัฆวาน ขายโขง รายงาน…..