ชาวบ้านต้านนายทุนบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ บนเทือกเขา ภูพาน สกลนคร ปลูกยางพารากระจายไปทั่วไปนับพันไร่

ทีมงานข่าว ปอ มัฆวาน เกาะกระแสข่าว นายทุนเขมือบป่า ส่งส่วยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หลายกลุ่ม เมื่อวันที่ 17-22 พฤษจิกายน 55 ดร.วิทูรย์ ชลายนาวิน รองอธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่เข้าดูป่าสงวนถูกบุกรุก ปลูกยางพารา ในท้องที่ บ้านกกแต้ บ้านจัดระเบียบ บ้านน้อยโนนสวรรค์ หมู่ 6,7,8 ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร พร้อมกับกำลังเจ้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัด และ กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตรวจสอบป่าสงวน ที่ถูกบุกรุกต่อเนื่องจนถึงวันนี้ พื้นที่ได้รับความเสียหาย ในเบื้องต้น 950 ไร่ ทั้งป่าที่บุกรุกเก่า และ บุกรุกใหม่ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำเขื่อนน้ำพุง และป่าต้นน้ำหนองหาน ที่มีการบุกรุกต่อเนื่อง มานานหลายปี แต่ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานใด ให้ความสนใจเท่าที่ควร คงปล่อยให้สภาพป่า ถูกบุกรุกเรื่อยๆมา จนถึงวันนี้

ก่อให้เกิดชาวบ้าน ได้มารวมตัวกันต่อต้านนายทุน และ ต่อต้านข้าราชกลุ่มหนึ่ง ที่ปล่อยให้นายทุนบุกรุกป่า อย่าง่ายดาย จนกระทั่งเมื่อ ต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ชาวบ้านเป็นจำนวนมาก จึงได้ทำหนังสือร้องไปยัง นายดำรง พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อนที่ท่านจะเกษียณอายุราชการ แต่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตรงจุดที่เกิดเหตุบุกรุกนี้ อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ จนกระทั่งข้อมูลดังกล่าวได้ทราบถึงผู้สื่อข่าว ปอมัฆวาน จึงได้ลงพื้นที่จี้ตรวจสอบ ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ และ ได้หาข้อมูลในเชิงลึก จึงทราบว่า มีกลุ่มนายทุนนอกพื้นที่ เข้ามาก๊วนซื้อที่ดินไร่ละ หมื่นห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท บนป่าสงวน เทือกเขาภูพานและได้มีการเคลียร์ กับเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้เข้าบุกรุก ป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่มีการให้ถูกจับ ไม่เช่นนั้น สวนยางพารา คงไม่ยืนต้นอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเช่นหลายปีที่ผ่านมา

จนกระทั่งเกิดมีปัญหา ชาวบ้านจึงได้ร้องเรียน ต่อมาได้มีการสนธิกำลัง จากเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย เข้าอายัดพื้นที่ที่บุกรุก ไว้ทั้งหมด ดำเนินการกล่าวโทษ 37 คดี ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูพาน ทางทีมงานข่าว จึงตั้งประเด็น ในความสงสัย การปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งฝ่ายปกครองอำเภอ ตำรวจ ป่าไม้ เพราะพื้นที่ที่ พบการบุกรุก อยู่ห่างที่ว่าการอำเภอภูพาน 5 กิโลเมตร และสถานีตำรวจ ประกอบกับ สถานที่ตั้งหน่วยป้องกันรักษาป่า ใกล้ที่เกิดเหตุเพียง 8 กิโลเมตร เมื่อมีการตัดไม้ทำลายป่า ก็ต้องมีจุดไฟเผา เป็นจำนวนหลายร้อยไร่ ทำไมหน่วยงานของรัฐ ใกล้ที่เกิดเหตุจึงไม่รู้ไม่เห็น ที่นายทุนเข้าไปบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ เผาและทำลายป่าต่อเนื่องเกือบทุกๆปี จนกระทั่งอายุสวนยางพาราตั้งแต่ 1 ปี ถึง 8 ปี กระจายไปทั่วบนเทือกเขาภูพาน หลายพันไร่ ทั้งที่บริเวณป่าภูพาน แห่งนี้เป็นเขตทรงงานขององค์ในหลวงและพระราชินี ข้าราชกลุ่มนี้ พร้อมกับนายทุนไม่มีสามัญสำนึก ต่อสองพระองค์ท่าน เปรียบเสมือนข้าราชการขายดินกินป่า

ถ้าเปรียบเทียบ กรมป่าไม้ เป็น หจก.และ บริษัท ป่านนี้คงล้มละลายไปนานแล้ว ทั้งที่ป่าผืนนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำที่สมบูรณ์ มีทรัพยากรหลากหลายชนิด ที่ชาวบ้านหาเก็บของป่ามารับประทานหรือขายเป็นอาชีพ เช่น ผักหวาน เห็ดหลากหลายชนิด เมื่อครั้งอดีต ที่ป่ายังสมบูรณ์ ชาวบ้านได้อาศัยป่าผืนนี้เก็บเห็ดและผักหวานกินทุกวัน แต่ปรากฏว่าทุกวันนี้ ไม่มีอะไรเหลือให้เขาได้เก็บกินแล้ว เพราะนายทุนบุกรุกป่า ใช้ยาฆ่าหญ้ากระจายไปทั่วบนภูเขาสูง ทำให้ทรัพยากรป่าไม้ล้มตาย ลำธารก็มีสารพิษเจือปน กุ้ง หอย ปู ปลา นับวันจะหายาก จึงได้มีการร้องเรียน จากชาวบ้านเกิดขึ้น ……………

รายงานข่าวโดย ปอ มัฆวาน และ ประทีป วชิระธัญญากุล ข่าว