นายทุน บรรดาศักดิ์อ้างเบื้องสูง รุกป่าสงวนแห่งชาติ “เขาปกหล่น”

นายทุน บรรดาศักดิ์อ้างเบื้องสูง รุกป่าสงวนแห่งชาติ “เขาปกหล่น” ตำบลแคมป์สน
อำเภอเขาค้อ    จังหวัดเพชรบูรณ์

อ้างเป็นเพื่อน “อธิบดีกรมป่าไม้” ยึดครอง..?. พื้นที่ป่าสงวนฯต้นน้ำ  อ้าง…? เพื่อจะสร้าง
รูปหล่อพระพุทธรูป 108 องค์ ยึดครองพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ร่วม 200  ไร่…

โดยไม่เกรงกลัว…? “กฎหมาย”  เส้นใหญ่ซะอย่าง…??? โดยอาศัย…สร้างวัดบังหน้า…
ซ่อนเร้น..??

ตามที่ “ทีมงานข่าวนักข่าวอิสระปอมัฆวาน”  จี้..ให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าตรวจสอบ..นายทุนฯ
บุกรุกป่า…? ข้อมูลเป็นเท็จจริงประการใดนั้น…? เราสามารถอัดเสียงและภาพไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเผยแพร่
ต่อสาธารณชนต่อไปนี้  ติดตามชมได้ที่ช่องรายการ “INDODANG” USA  วอชิงตัน

Advertisements

ปัญหา ที่คาใจ คนไทย 1,900 ไร่…

ชาวบ้านจำนวนหลายร้อยคน ไม่พอใจ ที่เจ้าหน้าที่ทหารภาค 3 จะนำพื้นที่ของเกษตรที่สูงเขาค้อ เนื้อที่ทั้งหมด 1,900 ไร่ ซึ่ง ชาวบ้านได้มาอาศัยอยู่ ตั้งปี พ.ศ.2532 ก่อนชาวม้งกลุ่มหนึ่งจะเข้ามาอยู่ ชาวบ้าน จึงรวมตัวกันคัดค้าน ไม่ต้องการให้ชาวม้ง กลุ่มอดีตคอมมิวนิสต์ สายม้ง เข้ามาอยู่ปะปน กับกลุ่มคนไทย กลัวจะเกิดปัญหาการบุกรุกป่าเพิ่มเติม และการล่าสัตว์

ชาวบ้านตำบลหนองแม่นา และชาวบ้านเสลียงแห้ง 2 ชาวบ้านเสลียงแห้ง 3 วิตกวังกล…? ต่อทิศทาง…?? ที่ดิน 1,900 ไร่…!! ที่เกษตรที่สูงเขาค้อ ขอใช้จากกรมป่าไม้ในเขตอำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ที่มีพี่น้องคนไทย เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย กำลัง…มีปัญหา…? กับส่วนราชการทหารไทย เพื่อต้องการ….แบ่งที่ดิน ในจำนวน 1,900 ไร่ (บางส่วน) ไปแบ่งปัน ให้กับกลุ่มชาวม้ง จำนวนหนึ่ง…?

ซึ่งมีอดีตสหาย ชื่อ “นายหน่อใจ” พร้อมกับพวก “ก้าตั๋ว” ซึ่งมีพื้นที่อยู่ใน บ้านหนองรางช้าง และบ้านทุ่งนางพญา ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้ขอยื่นเจตจำนงในสิทธิ์ทำกิน เพื่อร้องขอ…! ให้ทางทหารกองทัพภาคที่ 3 จัดพื้นที่ทำกิน และมีที่อยู่อาศัยในเขตครอบครองที่ดิน 1,900 ไร่…! ซึ่งเป็นพื้นป่าสงวนแห่งชาติ…??

แต่…! ทางเกษตรที่สูง ได้ทำหนังสือขอใช้พื้นที่ดังกล่าวนี้…มานานหลายปีแล้ว…!!

จนกระทั่ง…! เมื่อเร็วๆนี้ ได้มี “นายมานพ สายอุ่นใจ” หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการยุทธการแก้ไขปัญหาวิกฤตป่าไม้ของชาติที่ 2 (พิษณุโลก) เดินทางเข้าพื้นที่เกษตรที่สูงเขาค้อ พร้อมกับ “พันเอกพิเศษธนา จารุวัฒน์” รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมกับเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง…? ได้เข้ามาหารือ…? กับเจ้าหน้าที่เกษตรที่สูงเขาค้อ เพื่อขอแบ่งปันพื้นที่ ให้กับชาวม้งกลุ่มหนึ่ง…? อดีตเคยเป็นคอมมิวนิตส์ ที่มีฐานที่ตั้งในเขต “เขาค้อและเขตภูหินร่องกล้า” ตามที่ตกลงสัญญาไว้กับกลุ่มพวกนี้…??

แต่เนื่องด้วย…! ราษฎรคนไทยแท้ หลายหมู่บ้านเริ่มจะมีปัญหา…?ขัดแย้ง…? ไม่อยากให้ทหารภาค 3 นำที่ดินจำนวนดังกล่าวนี้ ไปแบ่งปันให้ อดีตสหายคอมมิวนิตส์ กลุ่มม้ง กลุ่มนี้

เพราะ…เกรงว่า…! ชาวม้งจะมาสร้างปัญหา…? การบุกรุก…?พื้นที่ป่าเพิ่มเติม และล่าสัตว์ป่า…!! เนื่องจากกลุ่ม “นายหน่อใจ” หรือ “กลุ่มนายก้าตั๋ว” มักจะอ้าง…ร้องขอ…!! สิทธิทำกิน และที่อยู่อาศัยกับผู้นำทางราชการต่างๆ…? หรือ…??แม้แต่…! ร้องไปยัง “องคมนตรี พลเอกสรยุทธ์ จุลานนท์” ก็ทำมาแล้ว

ผลปรากฏ…!! จากการนำสืบจากชาวบ้าน ต.หนองแม่นา บ้านเสลียงแห้ง 2 และบ้านเสลียงแห้ง 3 ตลอดจนจากเครือข่ายของเจ้าหน้าที่รัฐ…? พบว่า…! กลุ่มม้งดังกล่าวนี้ มักจะอ้างสิทธิ์ เข้าบุกรุก…!! พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และป่าอุทยานแห่งชาติเรื่อยมา…!

จนก่อให้เกิด “มีคดีความ” เช่น “ภูขี้เถ้า” “ภูหินร่องกล้า” ได้มีกลุ่มชาวม้งกลุ่มนี้…! ได้ถูกเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ เข้าจับกุมเมื่อปี พ.ศ. 2552 สมัย “นายอาคม น้ำคำ” เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แทน “นายมโน มนูญสราญ” ที่มีปัญหา…? ปล่อยให้ชาวม้ง เข้าไปทำพืชไร่กระกล่ำปลีแซมไปด้วย “การปลูกต้นซากุระร่องกล้า”

เนื่องจาก ปรากฏบุคคลดังกล่าว “กลุ่มนายหน่อใจ” กับพวก ได้มีวาระการประชุม ร่วมกับ           “นายมโน มนูญสราญ” และเจ้าหน้าที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) เพื่อต้องการพื้นที่ ครอบครอง…! ปลูกพืชเกษตร บนเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

แต่โครงการดังกล่าว ก็ถูกคัดค้าน…! จากกลุ่มสื่อมวลชนและชาวบ้านอำเภอนครไทย จ.พิษณุโลก ซึงมีกำนันแหนบทองคำ ร่วมคัดค้าน จนกระทั่ง “นายอาคม น้ำคำ” มารับตำแหน่งแทน “หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า” และได้พาผู้ใต้บังคับบัญชา ออกลาดตระเวนตามที่สื่อได้ขุดคุ้ย ว่า…! “กลุ่มชาวม้ง” จะฮุบเอาพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า รอยต่อ…จรดเขตป่าสงวนป่าสงวนแห่งชาติภูขี้เถ้า ขากลับจากลาดตระเวน ได้มีกลุ่มชาวม้ง…? ไม่ทราบจำนวน ดักสังหารเอาชีวิตหัวหน้าอาคม น้ำคำ พร้อมลูกน้อง

ได้มีกำลังม้งกลุ่มหนึ่ง…? ได้ใช้อาวุธปืน ยิงใส่รถของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า      ผลปรากฏว่า…! เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง…!!

เสียดาย ในหน้าที่ “อธิบดี” ในครั้งนั้น ถ้าเป็นในสมัย “นายดำรง พิเดช” เป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในสมัยนี้…! รับรองว่า…เจ้าหน้าที่อุทยานฯไม่เจ็บฟรี….!

เหตุนี้เอง…! บุคคลกลุ่มนี้…? จึงร้องหาที่ทำกินไปทั่ว…?? อ้างสิทธิ์ต่างๆ สารพัดที่จะอ้างขึ้นมา   ถ้ามองย้อนกลับไปดู…ฐานะความเป็นอยู่ของคนกลุ่มนี้…??

โดยเฉพาะผู้นำของกลุ่มหลายคน…? ต่างก็มีฐานะร่ำรวย ซื้อรถยนต์ด้วยเงินสดทั้งสิ้น…!!

ถ้ามองย้อนดูกลุ่มคนไทยแท้…? ต่างเป็นหนี้เป็นสินทั้งค่างวดรถและค่าเงินกู้

เพราะฉะนั้น…! ชาวบ้านหลายหมู่บ้าน…? ที่เป็นคนไทยแท้… ที่อยู่ในพื้นที่ “เกษตรที่สูง” ต่างน้อยอก…น้อยใจ…? ในค่าของความเป็นคนไทยแท้…?? กำลังจะถูกลิดรอนจากคุณค่า ของความเป็น “คนไทย”

ชาวบ้านจึงฝากถาม…? ไปยังกองทัพบก โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 3 “มันหมายความเช่นไร…??”  ที่จะให้ชาวม้งกลุ่มนี้…! อ้างสิทธิ์ต่างๆ “บนผืนแผ่นดินไทย”

ทั้งที่ความเป็นจริง พื้นที่ทหารขอใช้ในเขตป่าอุทยานฯ และเขตป่าสงวนแห่งชาติ อ.เขาค้อ จำนวนหลายหมื่นไร่…? ที่ทหารอ้างสิทธิ์ขอใช้ ให้กับกลุ่มชาวม้งกลับใจ

ปรากฏว่า…! พื้นที่ทหารขอใช้ที่จะแบ่งปัน ให้กับชาวม้งนั้น…? พบว่า…! พื้นที่ทั้งหมด 70 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนหลายหมื่นไร่…!! กลับกลาย…เปลี่ยนมือถือครอง…ในที่ดินดังกล่าว…? ตั้งแต่…! กลุ่มนายทหาร…? “กลุ่มข้าราชการ” “กลุ่มนายทุนเศรษฐี” กลุ่มนักการเมือง…??

นำพื้นที่ ทหารขอใช้จากกรมป่าไม้ กลับกลายเป็นพื้นที่ สร้างโรงแรม และรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรูระดับห้าดาว…? ของผู้มีอันจะกินทั้งสิ้น…??

จึงย้อนถาม…? ไปยังกองทัพว่า…! ที่ดินขอใช้เพื่อจะแจกให้กับ “กลุ่มพัฒนาชาติไทยนั้น” ทำไม…? จึงตกไปอยู่ในมือ…และสิทธิ์ของคนร่ำรวย…??

ทำไม…? จึงไม่แจก…พื้นที่ดังกล่าว….? ให้กับกลุ่มชาวม้งที่ขอมา…?? มันผิดวัตถุประสงค์หรือ…? เงื่อนไขหรือไม่….?? ที่นำเอาพื้นที่…ที่มีสัญญาระหว่างทหารกับกรมป่าไม้ “เอาไปแบ่งปัน…ให้กับเศรษฐีหลายพันครัวเรือนเช่นนี้…”  แล้วสิทธิ์ของคนไทยที่ยากจน…? ท่าน…?? ยังจะรังแก…! ไปยึดเอาพื้นที่เกษตรที่สูง มาครอบครอง และแบ่งปัน…? ให้กับ “กลุ่มพัฒนาชาติไทย” กลุ่มหนึ่ง…?? (ม้ง) หรือกลุ่มบ้านน้อยตีมีด 31 ครอบครัว

การเขียนสกู๊ปในวันนี้…! ไม่ได้เกลียดชังชาวม้งแม้แต่น้อยเลย…!! เพียงแต่…ในการทำหน้าที่ของขอบข่ายอำนาจทหารภาค 3 ที่ร้องขอ…อ้างสิทธิ์…! แทนกลุ่มชาวม้งกลุ่มนี้เท่านั้นเอง…!!

ทั้งที่ความเป็นจริง…! พี่น้อง รอส. (ราษฎรอาสาการสู้รบ) ได้ทำกินมาก่อน กลุ่มม้งกลุ่มนี้…! (กลุ่มบ้านน้อยตีมีด) ซึ่งเข้ามาทำกินในพื้นที่ ที่มีปัญหานี้…? เมื่อปี พ.ศ. 2535

เมื่อปีพ.ศ. 2529 ได้มีการประกาศเป็น “ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาปางก่อ – วังชมพู”

ต่อมาเมื่อ ปีพ.ศ. 2530 เกษตรที่สูงได้ขอใช้พื้นที่ จากกรมป่าไม้จำนวน 1,900 ไร่

ต่อมา…! ทางเกษตรที่สูงเขาค้อ ได้มอบพื้นที่ให้ “บริษัทบุญรอด” มาทำเกี่ยวกับปลูกข้าวบาเล่ย์ เพื่อผลิตเบียร์ป้อนโรงงาน ซึ่งไม่ได้ผลตามความต้องการของบริษัท จึงไม่ดำเนินการปลูกข้าวบาเล่ย์ต่อไป…!

ปัญหาดังกล่าว…? อยู่ในความบกพร่อง การบริหารงานของเกษตรที่สูงเขาค้อ ที่ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ จึงเป็นแนวคิด…? ที่จะมอบพื้นที่ดังกล่าว…?? ให้ไปอยู่ในความดูแลของทหาร จึงกลายเป็นปัญหา…? ผลกระทบต่อราษฎรคนไทยที่อยู่ก่อนหน้านั้นตามมา….??

“ทีมข่าวอินโดแดงรายงาน”

 

สกู๊ปข่าว เปิดโปง ย้อนหลังสภาพป่าสงวนแห่งชาติถูกทำลาย

กลายเป็นสวนยางพาราขนาดใหญ่ มากกว่า 100,000ไร่ขึ้นไป…??

หลายคน…อาจจะสงสัย…? เมื่อได้ติดตาม อ่านข้อเขียนของ “ทีมงานข่าวปอมัฆวาน” ทางสื่อสิ่งพิมพ์ และทางเฟสบุ๊คและอินเตอร์เน็ต ที่มักจะขุดคุ้ย “เรื่องป่า” เนื่องจาก…! มันมีที่มาของเหตุผล…ที่จำเป็นจะต้องเขียน “เรื่องป่า” ให้มากที่สุด
โดยไม่ได้…มีอคติ…? ต่อหน่วยงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ…หน่วยงานหนึ่ง…หน่วยใดไม่…??

แต่…! เขียนขุดคุ้ย…! ตามข้อมูลที่พบเห็นและเชื่อถือได้

วันนี้…! จึงต้องจำเป็น เขียนเกี่ยวกับเรื่องป่าย้อนหลัง…? จนถึงวันนี้ เนื่องจาก…ผืนป่าถูกทำลาย…! มากกว่า 100,000 ไร่ขึ้นไป…!

ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว “เราไม่ได้เขียนประชด-ประชัน ใส่ร้าย…!” ต่อกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ แต่อย่างใด…??

เขียนตามข้อหาข้อมูลจริง ย้อนหลัง…? จนถึงเหตุการณ์การบุกรุกผืนป่าจนถึงวันนี้…!

ครั้งแรก…! ที่เขียนขุดคุ้ยป่า โดยเป็นสกู๊ป “ฮอตไลน์ สกู๊ปเด็ด” หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยรายวัน ฉบับวันที่ 16 มิ.ย. 46 หน้าที่ 15 “เปิดโปงนายทุน…? บุกยึดป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำวังทอง ฝั่งขวา 5,000 ไร่..! ซึ่งเป็น “ป่าต้นแม่น้ำแควน้อย” ที่ “บ้านใหม่ชัยเจริญ”  ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

เมื่อสกู๊ปข่าว “ปอมัฆวาน” เขียนเปิดโปง ป่า 5,000 ไร่ ถูกบุกรุก…! ก็ได้มี “เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 315 พิษณุโลก” ร่วมกับ “เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)” จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 31 คน ในที่เกิดเหตุ

ปัจจุบัน..! พื้นที่ตรงนี้..! กลับกลายเป็นสวนยางพารา และพืชไร่อัตโนมัติ เป็นเพราะเหตุใดนั้น…??  ต้องสอบถามไป ทางกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ เท่านั้น…! จึงจะตอบคำถามได้…?

“ฮอตไลน์ สกู๊ปเด็ด” โดย “ปอมัฆวาน” เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2549 ใน “หนังสือพิมพ์รายวันพิมพ์ไทย” หน้าที่ 11 คอลัมล์ชื่อ “เปิดโปงนายทุน…? อิทธิพลคนนักการเมือง…?? “ฮั้ว..!กับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานร่วมกันฮุบป่าสงวนแห่งชาติ 25,000 ไร่

โดยในครั้งนั้น…! “ทีมงานข่าวปอมัฆวาน” ลงพื้นที่พร้อมกับ “พตท.ชำนิ ชำนาญหมอ” ในครั้งนั้น…! และชุดปฏิบัติการที่ 3 จ.ตาก สามารถตรวจยึด…! รถไถทั้งหมด 4 คัน และรถแทรคเตอร์ 1 คัน บนภูเขาในที่เกิดเหตุ พร้อมกับผู้ต้องหา 3 คน “ยึดพื้นที่ได้ 5,000 ไร่…!” ในวันที่ 3 พ.ค. 49 และอายัดพื้นที่ได้ทั้งหมด จำนวน 20,000 ไร่..! ณ บ้านซำรู้ หมู่ที่ 10 และ “บ้านแก่งหว้า-แก่งไฮ” เป็นพื้นที่ “ป่าสงวนแห่งชาติหนองกระท้าว” โดยมี นายทุน…? มาจาก จ.ชุมพร เป็นนายทุนมาบุกรุกป่าในครั้งนั้น…!

“พิมพ์ไทยรายวัน” แฉ…!รุกป่า…สงวนแห่งชาติโซนอีนครไทยย่อยยับ นายทุน…?รุกหนัก…หลายหมื่นไร่..!! “ฮอตไลน์ สกู๊ปเด็ดปอมัฆวาน” เขียนเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2549 “หน้าที่ 11” เขียน เปิดโปงนายทุน…? ทางภาคใต้ ชื่อ “เสี่ยเขียน” พร้อมกับพวก…? เข้ายึดครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในเขต “อ.นครไทย” นับหมื่นไร่…!!

ต่อมา…ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครไทย เข้าจับกุมพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนร้อย 315 ชาติตระการ จ.พิษณุโลก

ต่อเนื่องกันมาอีก…! เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2549 หนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทยรายวัน” เขียนโดย “ปอมัฆวาน” หน้าที่ 11 “ฮอตไลน์สกู๊ปเด็ด” เหมือนเดิม หัวข้อสกู๊ป “น้ำท่วม ซุงลอย น้ำลด ตอผุด…! ท้ารัฐ เงินนายทุน…? กระจายสู่นครไทย 100 กว่าล้าน คดีรุกป่า…! นครไทย พ่นพิษย้ายด่วน “รองผู้กำกับ” พตท.ชำนิ ชำนาญหมอ ข้อหา…? ขัดหู ขัดตา ผู้บังคับบัญชา…?? “จับขบวนการมอดไม้ทุกวัน…! จึงย้ายพ้น สภ.นครไทย ไปอยู่..สภ.บ้านโคก อุตรดิตถ์ ติดชายแดนลาว “พิมพ์ไทย” ตีแผ่..! ไม่หยุด..ข่าว..นายทุน…? ภาคใต้ 10 กลุ่ม เข้ายึดครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ปลูกยางพารามากกว่า 100,000 ไร่ 4 อำเภอ ซึ่งเป็น “ป่าต้นแม่น้ำแควน้อย”

เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ หูหนวก…ตาบอด..มองไม่เห็นในครั้งนี้…!!

“พิมพ์ไทยรายวัน” วันที่ 5 มิ.ย. 2549 “ฮอตไลน์สกู๊ปเด็ด” หน้าที่ 11 โดยปอมัฆวานเจ้าเก่า “หัวข้อ” “ร้อง พ่อเมืองชี้…! รุกป่านครไทย เป็นปกติวิสัย ของคนนครไทยอยู่แล้ว” โดยมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ พล 0013/ว2104 เรื่อง “รายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย เสนอข่าวนั้น” นำเสนอลงนามท้ายหนังสือ โดย “นายสันติ กรุสวนสมบัติ” รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกในครั้งนั้น…! ชี้แจง..มายัง “พิมพ์ไทย” บอกว่า “การรุกป่า…! ในเขตจ.พิษณุโลก เป็นปกติวิสัยของคนพื้นที่อยู่แล้ว…!” ตอบเช่นนี้…ได้อย่างไร…?? เท่ากับส่งเสริมให้มีการบุกรุกป่า…!

ผลการแปรภาพถ่ายจากดาวเทียม การปกคลุมพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ.2549 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า…! จ.พิษณุโลก มีเนื้อที่ 6,789,937.50 ไร่ มีพื้นที่ป่าสมบูรณ์เหลืออยู่ 2,436,606.93 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 35.89 ของพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 13 ป่า เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 3,177,301 ไร่ แยกเป็นป่าเศรษฐกิจ มอบให้ ส.ป.ก. จำนวน 8,20,766.11 ไร่ พื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกครอบครอง และได้ดำเนินตามมติ ครม. 16 กันยายน 2540 และ 30 มิถุนายน 2541 จำนวน 164,273.86 ไร่ พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ จำนวน 264,907.76 ไร่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและอื่นๆ ที่ทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 710,144 ไร่ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คงเหลือสุทธิที่ต้องหามาตรการดูแล 1,217,215.27 ไร่

และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขากระยาง อ.นครไทย มีเนื้อที่ 332,000 ไร่ แยกเป็นป่าโซนซี จำนวน 198,400 ไร่ ป่าโซนอี จำนวน 133,600 ไร่ มอบให้ สปก. จำนวน 105,307 ไร่

สรุปแล้ว ป่าสงวนแห่งชาติเขากระยาง คงเหลือพื้นที่ป่า 171,596.36 ไร่

นี้ยังไม่รวมพื้นที่ป่าสวงนแห่งชาติเนินเพิ่ม ป่าสงวนแห่งชาติหนองกระท้าว ป่าสวงนแห่งชาตินครไทย ป่าสงวนแห่งชาติโป่งดินดำ ป่าสงวนแห่งชาติสวนเมี่ยง ป่าสงวนแห่งชาติชาติตระการ ป่าสงวนแห่งชาติวัดโบสถ์ (ป่าเทือกเขาผักหวาน) ป่าสงวนแห่งชาติคันโช้ง ป่าสงวนแห่งชาติแควน้อย ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำวังทอง ฝั่งขวา-ฝั่งซ้าย

ป่าสงวนแห่งชาติทั้งหมดนี้ เป็นป่าต้นน้ำ “แม่น้ำแควน้อย” ประกอบไปด้วยเขต อ.ชาติตระการ อ.วัดโบสถ์ อ.วังทอง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ถูกบุกรุก…! และทำลายเพื่อปลูกยางพาราอย่างต่อเนื่อง มากกว่า 100,000 ไร่ขึ้นไป…!

แต่ผลปรากฏวันนี้…! ได้มีการบุกรุก…เพิ่มเติมขยายอาณาเขตออกไป…? สภาพป่าแทบจะไม่เหลือให้ใครเห็น…??

ในครั้งนั้น…! ท่านผู้ว่าปรีชา เรืองจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็น “ผู้ว่าราชการ จ.พิษณุโลก”  ได้โทรศัพท์แจ้งไปยัง “อธิบดีกรมป่าไม้” ในครั้งนั้น คือ “นายสมชัย เพียรสถาพร” เสนอให้ย้าย “เจ้าหน้าที่หัวหน้าป่าไม้” ทั้งหมด นับจำนวน 10 คน “ออกนอกพื้นที่”ฐานบกพร่องต่อหน้าที่ “ปล่อยให้ผืนป่าถูกบุกรุก…อย่างง่ายดาย…!!

แต่…! ข่าวเขียนขุดคุ้ย ในหน้าหนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทย” ยังเขียนขุดคุ้ยอย่างต่อเนื่อง นับหลายร้อยฉบับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 เป็นต้นมา เพื่อต้องการ…!แหกปากร้องว่า…! เจ้าหน้าที่ของรัฐกลุ่มหนึ่ง…? ได้แสวงผลประโยชน์จากผืนป่า…! สมคบกับนายทุนทางใต้ มีเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาทกระจายเข้าสู่ ใน 4 อำเภอ จ.พิษณุโลกนี้ จนก่อให้เกิดวิกฤตป่าธรรมชาติถูกทำลาย…หายนะ…!! เต็มไปด้วย “สวนยางพารา” กระจายไปทั่ว

จึงตั้งคำถาม…? ไปยังนายกรัฐมนตรี จะดำเนินแก้ไข เอาป่าคืนได้เช่นไร…??

แล้วมองย้อนกลับ…? ไปยังกรมป่าไม้ ที่ก่อตั้งมา 100 กว่าปีเป็นกรมป่าไม้ มีหน้าที่ดำเนินการ ปกป้องทรัพยากรป่าไม้ไม่ให้ถูกทำลาย…!! เนื่องจากผืนป่า…ที่เขียนขุดคุ้ย ที่ผ่านมานั้นและได้เป็นคดีความไปแล้ว…! แต่…! ยังมีกลุ่มนายทุน…? ใช้พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ปลูกยางพาราต่อเนื่องมาตลอด เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น…??

ปรากฏว่า….!ทุกวันนี้ ผืนป่ายิ่งทวีความรุนแรง…ในการถูกบุกรุก…จากนายทุน…? ถ้าเปรียบเทียบ กรมป่าไม้ เป็นบริษัท หรือ หจก.ห้างร้าน รับรองว่า…! ล้มละลาย…ตั้งตัวไม่ติดไปตั้งนานแล้ว…?? ขาดคุณภาพ…ในการดูแลปกป้องป่า “ป่าต้นแม่น้ำ” หลายสายในภาคเหนือ ถูกทำลาย…! ก่อให้เกิด “ภัยวิกฤตอุทกภัย” น้ำป่าไหลหลาก ไหลลงไปท่วม…ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง…??

เป็นเพราะเรากำลังสูญผืนป่า..ไปจากผืนแผ่นดินไทย เพราะ…! มีปัจจัยหลัก คือ เจ้าหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์นั่นเอง…??
“ทีมงานข่าวปอมัฆวาน”

ออกโฉนดทับป่าสงวนแห่งชาติ จ.กำแพงเพชร ??

เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ สปย.ที่2 (พิษณุโลก) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารชุด กรมน.ภาค 3 พร้อมด้วยสื่อมวลชน ช่อง 7 และสื่อสิ่งพิมพ์ และทีมงานข่าวอิสระกลุ่ม ปอมัฆวาน ได้เดินทางเข้าไป ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ระกา บ้านใหม่พัฒนา ต.วังควง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ซึ่งได้มีการออกโฉนด…?ครอบป่าสงวนแห่งชาติ ทั้งที่…! มีไม้เบญจพรรณต่างๆหลายร้อยชนิดยืนต้นเต็มไปหมด   ประกอบไปด้วยไม้ชนิดใหญ่เนื้อแข็ง   มีประดู่-แดง-เต็งรัง-ตะแบก-ไม้มะค่าชนิดต้นเล็ก กำลังจะโตวันโตคืน  ถูกตัดทำลายเกลี้ยง 500 ไร่ขึ้นไป..??

ซึ่งหัวหน้าชุดในการเข้าจับกุม ในการตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในครั้งนี้  ได้มีนายมานพ สายอุ่นใจ หัวหน้าศูนย์ สปย.ที่2 (พิษณุโลก) และกำลังท หาร พร้อมด้วยตำรวจสันติบาล และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 4 (กำแพงเพชร) มีนายฉอ้อน บุญเกลี้ยง เป็นหัวหน้าชุด  ร่วมเข้าตรวจสอบด้วย ส่วนหนึ่งได้มีการออกโฉนดไปแล้ว ร้อยกว่าไร่…!!

เมื่อทางเจ้าหน้าที่ไปถึง พร้อมกับสื่อมวลชน จึงตลึง..!!กับการบุกรุกป่าของนายทุนในครั้งนี้…? เป็นไปได้อย่างไร..?ที่เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 จ.ตาก(กรมป่าไม้) ไม่รู้..ไม่เห็น..?ในการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ระกา  เพื่อจะนำพื้นที่บางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติ  ไปสร้างเป็นโรงงานและลานมันของเศรษฐีนายทุน…ทางภาคอีสาน…??

จากการตรวจสอบเพิ่มเติม ในพื้นป่าแห่งนี้มีการบุกรุก..!!เป็นวงกว้างกระจายไปทั่ว..!!

บางแปลง..?? ก็ทำการบุกรุกตั้งแต่ 100 ไร่บ้าง 200 ไร่บ้าง 300-400ไร่บ้าง ถึง 500 ไร่ สรุปแล้ว…พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในเขต อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ถูกบุกรุกมากที่สุดในจังหวัดนี้…!!

จึงตั้งคำถาม…?ไปยังเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ในพื้นที่่ตลอดจน ผอ.สำนักฯ  พวกท่าน..?ไม่รู้เลยหรือว่า…?? ท่านมีหน้าที่…คืออะไร…??

ขนาดหน่วยงานอื่นๆ…? ที่อยู่นอกพื้นที่..ยังรู้…! จึงได้เดินทางเข้าจับกุม อายัดพื้นที่ป่าทั้งหมด      เพื่อตรวจสอบ แล้วได้ส่งสำนวนต่อไปให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เนื่องจากป่าถูกทำลายมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาทขึ้นไป…!! ซึ่งเป็นหน้าที่นำสืบต่อของ DSI ต่อไป

ทีมงานข่าวกลุ่ม ปอมัฆวาน รายงาน

ป่าเพชรบูรณ์ถูกทำลายในอำเภอหนองไผ่หลายร้อยไร่

วันที่  23 กรกฎาคม 2555

กลุ่มต่อต้านการรุกป่าภาคเหนือ ภาคสื่อมวลชน ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่า 2 ข้างทางชัยวิบูลย์ ตำบลยางงาม หมู่ที่ 8 อำเภอหนองไผ่  จังหวัดเพชรบูรณ์

ในครั้งแรก กลุ่มสื่อมวลชนได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่การบุกรุกป่า เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม ตามที่ชาวบ้านได้มาร้องเรียน บอกกับสื่อมวลชนว่า ได้มีชาวใต้จำนวน 3 กลุ่ม

ได้เข้ามาซื้อที่ดิน ป่ารกร้าง แล้วทำการ ตัดโค่นไม้ บุกรุกเป็นจำนวนหลายร้อยไร่ เมื่อผู้สื่อข่าวทราบถึง จึงได้เดินทางไปดูในพื้นที่จริง แล้วได้แจ้งให้ทางนายอมร  ต่อเจริญ

ผอ.สำนักกรมป่าไม้ และนายมานพ  สายอุ่นใจ หัวหน้าศูนย์ (ศปย. ที่ 2 พิษณุโลก) และ ผอ.ส่วนยุทธการป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดป่าไม้ (ภาคเหนือ)

หัวหน้าศูนย์ประสานงานป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช. 3 (ลำจังหัน) หน่วยป้องกันรักษาป่า พช.9 (โคกเจริญ) หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 1 ชนแดน

หน่วยป้องกันรักษาป่า พช.4 (เนินมะค่า) กำลังเจ้าหน้าที่ กรมน.ภาค 3 จำนวน 7 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อได้รับร้องเรียนจากกลุ่มสื่อมวลชนแล้ว จึงได้เดินทางเข้าไปดูในพื้นที่การรุกป่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 เมื่อเวลา 09.30 น. โดยกำลังเจ้าหน้าที่รวมกันแล้ว 130 นาย ปรากฏว่า พบพื้นที่ถูกทำลาย บุกรุก ตัดโค่นไม้ประดู่ และไม้อื่นทั่วไป รวมกันแล้ว นับพันต้น บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 311 เมตร ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นแหล่งต้นไม้ที่สมบูรณ์ ถูกบุกเบิกด้วยรถไถและแม็คโครทำเป็นยกร่อง แล้วปลูกยางพาราปะปนกับตอไม้ที่ถูกตัดและทำลาย จากการนำสืบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจังหวัดเพชรบูรณ์ นายทุนที่เดินทางมาจากทางภาคใต้ ได้มาหาซื้อที่ในเขตอำเภอหนองไผ่หลายแปลงแล้ว มาด้วยกัน 3 พี่น้อง ใช้วงเงินซื้อขาย ไม่ต่ำจาก 35 ล้านบาท โดยมีนักการเมืองระดับท้องถิ่นคนหนึ่ง ที่อยู่ในอำเภอหนองไผ่ นักการเมืองบุคคลดังกล่าวนี้ได้เคยสมัคร สส. ในนามพรรคฝ่ายค้านพรรคหนึ่ง แต่สอบตกในทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ยังมีที่อีกแปลงหนึ่ง ที่นักการเมืองคนนี้ ได้ขายที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 600 ไร่เป็นเงินจำนวน 5 ล้านบาท อยู่ในเขตหมู่บ้าน ซับหิ้วหมู ในเขตตำบลหนองไผ่ ซึ่งจากการตรวจสอบจาก จีพีเอส ได้บ่งบอกอย่างชัดเจน ว่านายทุน 3 พี่น้อง ก็ได้ซื้อที่ดิน แปลงจำนวนดังกล่าวไปแล้วและปลูกยางพารา กระจายไปทั่ว รวมทั้งป่าสงวนสองข้างทาง ชัยวิบูลย์ ตรงนี้ ก็เป็นที่ของเขาที่ได้ซื้อมาจากกลุ่มนักการเมืองเจ้าเดิมเช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลและเจ้าหน้าที่ทหาร

ฝ่าย กรมน. ภาค 3 ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ส่วนกลาง กำลังดำเนินการ ติดตาม สืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิด เพราะผืนป่าดังกล่าวนี้เป็นป่าที่สมบูรณ์มาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลยังได้กล่าวบอกกับสื่อมวลชนว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวนี้ อาจจะพัวพันกับการฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด เพราะนักการเมืองคนดังในเขตหนองไผ่ ญาติพี่น้อง เคยพัวพันยาเสพติด และถูกจับมาก่อนหน้านี้ ฉะนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังแกะรอยที่มาของเงินที่กระจายอยู่ในอำเภอนี้ นับ 100 ล้านบาท

ทีมข่าว ปอมัฆวาน

กรมป่าไม้เพิ่งตื่น ไล้เช็คบิลคนรุกป่า

ปัญหา..? “นายทุน” บุกรุก..! พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และพื้นที่กรมป่าไม้ ในอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี หลายคน….? ที่ติดตามข่าวสารทางสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อทีวี สื่ออินเตอร์เน็ต อาจจะสับสน หรือ..?ไม่เข้าใจ ในปัญหา…? ที่เกิดขึ้น…! กรณี..รุกพื้นที่..! “อุทยานแห่งชาติ      ทับลาน” หรือ..? “ป่าสงวนแห่งชาติวังน้ำเขียว” กลายเป็น…ปัญหาใหญ่โตขึ้นมาทันที..!!

กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้ ได้ฟ้องร้อง…!ให้มีการรื้อถอน…สิ่งก่อสร้างต่างๆ “ทั้งบ้านพักและรีสอร์ท” เนื่องจาก “ผิดกฎหมาย” บุกรุกพื้นที่…! ในเขตป่าอุทยานแห่งชาติฯ และพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติ

หลายคน…? อาจจะสงสัยว่า…นายทุนกลุ่มต่างๆนี้…! ทำไม…? จึงเข้าไปยึดพื้นที่เช่นนี้…อย่างง่ายดาย ทั้งที่…! มีเจ้าหน้าที่ประจำในท้องที่…?? ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ก็มีสำนักงาน ตั้งอยู่ใกล้สถานที่ ที่มีการบุกรุก…! ในละแวกที่มีหน่วยงานของรัฐ

ตามที่… “ทีมงานข่าว ปอมัฆวาน” ได้ไปสังเกตการณ์…? ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ…?? ล่วงหน้า…!      สามเดือน…!! ได้ไปขอพักค้างคืน ที่บ้านพัก อุทยานแห่งชาติทับลาน ในเขตวังน้ำเขียว

ในครั้งนั้น…! ได้มีผู้ช่วยอุทยานแห่งชาติฯ ชื่อ “ผู้ช่วยตระกูล” ได้มาเปิดบ้านพัก ให้นอนค้างคืนในวันนั้น

ก่อนหน้าที่จะเข้าไปพัก ได้ตระเวนหา…! “ข้อมูลข่าวสาร” ก่อนสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อทีวีใดๆ พบว่า…! พื้นที่ดินในเขต อ.วังน้ำเขียว และใกล้เคียง… “มีราคาแพง…กว่าที่ดิน ในจังหวัด…?” เพราะ…! “ในเขตพื้นที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ และป่าอุทยานแห่งชาติ” ตกไร่ละ ต่ำสุดคือ 800,000 บาท จนถึง ไร่ละ 1,000,000 บาทเศษขึ้นไป…!! เริ่มตั้งแต่…! ซื้อขายในราคานี้ ปี 2553 – 2554 -2555

ทั้งที่…! ไม่มีเอกสิทธิ์ทางกฎหมายที่ดิน “เอกสารสิทธิ์ทางกรมป่าไม้ออกให้ (เช่า)” ไม่มี…! ใบอนุญาตก่อสร้างหรือรับรอง “ให้มีการก่อสร้าง” ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานแต่อย่างใด…??

มีแต่เพียงหลักฐานอ้างอิงประกอบ…เช่น…! ใบ บภท.5 (ใบกำกับเสียภาษีในท้องที่นั้นๆ) แต่…!! หลายคน…? อดตำหนิ…สงสัยว่า…?? “ไปก่อสร้างได้อย่างไร…? หรือ…?? ซื้อ-ขายที่ดินเช่นไร…?”

ฟันตรงประเด็น…! ณ จุดนี้…ได้เลย…? “ความผิด” มันอยู่ที่บุคคลทั้งสองกลุ่ม…?? “นายทุน” ได้ไปกว้านซื้อที่ดินกับชาวบ้านในละแวกนั้น…! โดย…ก็รู้อยู่ว่า…! พื้นที่ดินมันเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติและเป็นอุทยานแห่งชาติ แต่..ก็ดันทุรัง…ซื้อ…?? เพราะอยากได้ที่ดินบนภูเขา เนื่องจากบรรยากาศดี…? มีโอโซน…ทิวทัศน์สวย…?? กลุ่มนายทุน นักการเมือง แห่กันขึ้นไป ซื้อ-ขาย จับจองกันอย่างเอิกเริก …ใหญ่…โต!!

บางคน…? ได้ซื้อที่ดิน ป่าสงวนฯ และป่าอุทยานฯ เพื่อเก็งกำไรขาย…ไร่ละ 1 ล้านบาทขึ้นไป…!!

โดย…ไม่มีการขัดขวางต่อต้าน…! จากคนของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้แต่อย่างใด…? เพราะ..! “มีการเคลียร์…ให้ผลประโยชน์ ให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้” หลายกลุ่ม…? ที่ผ่านมา…?? จึงได้มีการก่อสร้างบ้านพักและรีสอร์ท แข่งกัน…เป็นล็อคๆ ล้อมรั้ว บ่งบอกไว้อย่างชัดเจน…! เปรียบเสมือน…ที่ดินมี นส.3หรือโฉนด…? แต่ละจ้าว…! ได้ลงมือ…ก่อสร้าง ทั้งใช้รถแทรกเตอร์ทำถนน ปรับพื้นที่…เข้า-ออก เดินไฟฟ้าและน้ำประปาถึงที่…! ขนอิฐ หิน ปูน ทราย ไม้ แต่ละจ้าว…?ก็แข่งขันกันก่อสร้าง…?? ลงทุน…กันหลายล้านบาท…!

โดย…ไม่มีเจ้าหน้าที่ กรมป่าไม้ – กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขัดขวาง… ร้องขอ…หรือห้ามปราม..แต่อย่างใด…? แม้แต่…! ถนนเข้าที่ตั้ง… บ้านพักรับรอง…! หรือ…? หน่วยป้องกันอุทยานฯ ใน อ.วังน้ำเขียว  จนชนเขต “หน่วยที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติทับลาน (วังน้ำเขียว) มีการก่อสร้าง…แข่งขันกันอย่างใหญ่โตเช่นกัน…! แต่…ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้าไปห้ามปราม…หรือจับกุมแต่อย่างใด….?

สมัยที่ ท่านอธิบดีสุนันท์ อรุณนพรัตน์ มาเป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ได้มี “นายเทวิน มีทรัพย์” มาเป็นอุทยานแห่งชาติทับลาน ไล่เลี่ยกับอธิบดี “สุนันท์”

ในครั้งนั้น…! “กระผมในนาม “ปอ มัฆวาน” ที่เข้าไปสังเกตการณ์…? หาข่าว” ดูการเข้าไปยึดพื้นที่อุทยานแห่งชาติและพื้นที่กรมป่าไม้….! โดย..ได้ใช้โทรศัพท์บอกกับ “หัวหน้าเทวินทร์” ว่า…! ทำไม…? จึงได้ปล่อย…ให้มีการก่อสร้าง และมีการซื้อ-ขายทีดินในเขตอุทยานเช่นนี้…?

“ได้รับคำยืนยัน…! จาก “หัวหน้าเทวินทร์” ว่า…! “มันซื้อ-ขาย ก่อสร้างนานแล้วพี่” “ผมพึ่งย้ายมาอยู่ได้ 2 – 3 เดือนเอง…” แต่…! ก็ได้รายงานให้ “ผอ.สำนักฯ” ตลอดถึง “ท่านอธิบดี” ได้รับทราบแล้ว…”

ทิ้งช่วงจากนี้ ทีมงานข่าวปอมัฆวาน ได้เดินทางกลับลงมา ก็ได้มีคำสั่ง… “อธิบดีสุนันท์” ในครั้งนั้น…! ให้ทำการตรวจสอบ…บุคคล…? ที่เข้ามายึดเอาพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานทั้งหมด…! “เพื่อรายงานให้ทราบ…โดยเร่งด่วน…!”

ก่อนจะมีการปราบปรามครั้งใหญ่…? ท่านอธิบดีสุนันท์ โดนย้ายเป็น “รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”

ต่อมา…! ก็ได้มี “นายดำรงค์ พิเดช” มาครองตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ไม่ถึงเดือน….? ก็ให้เข้ามาตรวจสอบ…!รื้อถอน…จับกุม ผู้ที่บุกรุก…พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานทันที…! “จนเป็นข่าว…ใหญ่โต….ในหน้าที่สื่อสิ่งพิมพ์และสื่อทีวี หรือ…? สื่อต่างๆ…??

หลายคน…? ได้ประนาม… นายทุนกลุ่มนี้…?? แต่แท้จริงแล้ว…! “เป็นเพราะนายทุน…มีความละโมบ…อยากได้ที่ดิน ครอบครอง…! โดยซื้อ…กับชาวบ้าน ในที่ดินเสื่อมโทรม…ในเขตอุทยานแห่งชาติ และในเขตป่าสงวนแห่งชาติและที่ดิน “มีการเปลี่ยนมือ (สปก.)”

ถ้าไม่มี…เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯและกรมป่าไม้…? กลุ่มหนึ่ง…?? ที่สืบทอดกันมา…! แต่ละยุค…? แต่ละหัวหน้า…?? “เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ รับเงินเขา (คอรัปชั่น) ในหน้าที่…! จะปล่อยให้มีการก่อสร้างบ้านพักและรีสอร์ทอย่างง่ายดาย…! “เช่นนี้ได้อย่างไร…?”

ความผิด…มันตกอยู่ที่ หัวหน้าที่เข้ามาหมุนเวียนสับเปลี่ยนกัน…? ปล่อยให้เขาก่อสร้าง…! จนก่อให้เกิดปัญหาใหญ่โตตามมาภายหลัง…?? ความผิดเช่นนี้…! เจ้าหน้าที่ ปปช. จนถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจน “อธิบดี” คนปัจจุบัน…? และคนอื่น…? ที่จะมารับช่วงต่อ..ในอีกไม่กี่เดือนนี้…! จะต้องดำเนินเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้า และผู้ช่วย…!!“ฐานะละเว้นไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ เอื้ออำนวยให้นายทุน…?“ได้ก่อสร้างบ้านพักและรีสอร์ท” จนแล้วเสร็จ…??

บางคน…? ได้มีการแสวงหาผลประโยชน์ “การเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ” มีการวิ่งเต้น…! หาตำแหน่งระดับสูงขึ้นไป…! ก็มีอยู่หลายคน…??

คนพวกนี้…! ปล่อยให้ลอยนวลได้อย่างไร…? เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้ อย่า…! ได้โยนตราบาป… ให้กับกลุ่มนายทุน…? มันจะต้องจับกุม…และสอบสวนลงโทษ… เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้(บางกลุ่ม) “ฐานร่วมมือกับนายทุน…?” “ละเว้น…ในหน้าที่ไม่รู้-ไม่เห็น ในสิ่งที่เกิดขึ้น…!“ความผิดของเจ้าหน้าที่แต่ละกลุ่ม…? แต่ละคน…?” ให้ดูหลักฐานว่า…! ใคร..? เป็นหัวหน้าแต่ละปี แต่ละครั้ง… “ให้ดูหนังสือการขออนุญาต ต่อน้ำ ต่อไฟ เข้าบ้าน เข้าอาคาร หรือขอเลขที่บ้าน ตลอดจนถึงการเสียภาษีในเขตนั้น…!! ให้มาเปรียบเทียบ วัน เดือน ปี ใคร..? เป็นหัวหน้าแต่ละปี…แต่ละครั้ง…! ก็สามารถนำสู่…เอาความผิด กับข้าราชการ หัวหน้าหรือ…? ผู้ช่วยอุทยานได้…!

เพราะหลักฐาน ใบเสร็จตรงนี้…! มันยืนยันชัดเจน…! ว่า…ข้าราชการกลุ่มนี้…? มีการเอื้ออำนวย ให้มีการก่อสร้าง อาคาร บ้านพัก รีสอร์ท แผ้วถาง ก่นสร้างบนพื้นที่ดินอุทยานแห่งชาติ บนพื้นที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ จึงไม่สมควร…? จะปล่อย..ให้เจ้าหน้ากลุ่มนี้…?? ไม่รับผิดชอบในการกระทำไม่ได้…! พูดแบบภาษาชาวบ้าน นายทุน…? เขาทั้งถูกจับ..และเสียเงินในการก่อสร้างหลายล้านบาท…!! ตลอดการถือครอง..ที่ดิน..! จะปล่อยให้พวกเขา…? รับกรรมเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้…!!

“ต้องการสอบสวน…จับกุม…เจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด…!”

ลำพัง…โดนข้อหา…ละเว้นในหน้าที่ ซึ่งข้อหานี้…! มันเบาไป…ต้องหาเหตุผล…และข้อหา เข้าข่าย ร่วมกันเข้าบุกยึด…! และทำลาย…!! ที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เพื่อปลูกอาคารร่วมกับกลุ่มนายทุนด้วย…!

สมควร…ที่จะต้อง มีการฟ้องร้อง “ค่าเสียหาย” ตกเป็นจำเลย…ร่วมกับนายทุน…? เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง…!

ดูแล้ว…! คงจะเป็นไปได้ยาก…? ตราบใด…?ลูกน้อง…ยังหาเลี้ยงนายอยู่…??“คงจะไม่มี..นายคนไหน…? จะคิดทรยศ…ลูกน้องตัวเองได้…! “ฉันใด…ก็ฉันนั้น” นี้คือ “ธรรมเนียมไทย”

ท่านปปช.ทราบแล้ว ดำเนินการดูสิว่า…!จะทำงานเข้าเป้าหมาย…! ตามอำนาจที่มีอยู่จริงหรือไม่…? “ถ้าไม่เชือดไก่ ให้ลิงดู” ป่าไม้ในแผ่นดินไทย นับวัน…! จะหายนะลงเรื่อยๆ…!! โดยเฉพาะ ป่าต้นน้ำแถบภาคเหนือ ยังหาคนทำผิด…?? ไม่ได้…เท่าทุกวันนี้…! “นี้คือ…ธาตุแท้…เจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่ม…? เสียดายเงินเดือน และงบประมาณของรัฐที่ละลายน้ำ

จึงขอฝากเตือน “ท่านนายกรัฐมนตรี” ช่วยหาวิธีการ “กำจัดเหลือบ…ข้าราชการกลุ่มนี้ได้ไหน…? ฐานปล่อยให้ผืนป่าถูกทำลายอย่างง่ายดาย…! โดยเฉพาะป่าต้นน้ำในภาคเหนือ 6 สายใหญ่…เต็มไปด้วยการบุกรุก…!ทำพืชไร่ ปลูกยางพารากระจายไปทั่วขุนเขา…!”

ยิ่ง…!ปีงบประมาณ “โครงการ กยน.” เพื่อให้งบประมาณ การปลูกป่านั้น…!! หลายหน่วยงาน…? ต่างยิ้มแย้ม…แจ้มใส…เพราะมันหมายถึง“ผลประโยชน์” ในการปลูกป่าตามมา…!โดยมีการแอบแฝง…ซ่อนเร่น..! หาผลประโยชน์ในบางกลุ่ม…? “ปลูกกับทำลาย…เดินสวนทางกันแทบทุกวัน…!” สงสาร…?ป่าไม้ แผ่นดินไทยเหลือเกิน
“ปอ มัฆวาน”

สวนกระแส…? ผืนป่าแม่วงก์-ผืนป่าคลองลาน

วันนี้…! ทีมงานข่าว ปอ มัฆวาน นำท่านผู้อ่านและท่านผู้ชมได้มารู้จัก “ผื่นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ในอุทยานแห่งชาติแห่งชาติแม่วงก์” และ “อุทยานแห่งชาติคลองลาน” จังหวัดกำแพงเพชร ได้โพสต์ภาพและเนื้อหาลง ผ่านทางช่องทาง “สื่ออิเล็คทรอนิค”

“อุทยานแห่งชาติแม่วงก์” เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่ง ที่อยู่ภาคเหนือตอนล่างสุด มีเนื้อที่รวมแล้ว 558,750 ไร่ มีพื้นที่ครอบคลุม ทั้ง 2 จังหวัด คือ กำแพงเพชร  และ นครสวรรค์

“ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่” เป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ทั้งหมด 57 ชนิด เริ่มตั้งแต่กระทิง เสือโคร่ง เสือดาว หมีควาย หมีหมา นาค (น้ำ) สมเสร็จ เลียงผา เก้งหม้อ และสัตว์ปีกหายาก    มีมากกว่า 305 ชนิด…! สัตว์เลื้อยคลานมีมากกว่า 22 ชนิด..! สัตว์สะเทินบกสะเทินน้ำ 7 ชนิด..!

จำพวกปลา เป็นจำพวกปลาน้ำจืด มีมากกว่า 68 ชนิด..! กำลังจะถูกรบกวนในไม่ช้า..? ถ้ามี       “การก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์” ในพื้นที่ ตรงจุดพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ (แม่เรวา) ตำบลแม่เลย์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ที่พิกัด 47Q 0535194 UTM 1759567

ความสมบูรณ์ของผืนป่าแม่วงก์ แห่งนี้..! สังเกตุ..? ได้ง่ายๆ คือ..  “มีเสือโคร่ง” รวมถึง “เสือแม่ลูกอ่อน” อยู่ฝูงหนึ่ง..??”

เมื่อเร็วๆนี้..! ได้มี “การสำรวจประชากรของเสือ” ใน “ป่าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์” ค้นพบโดย “กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ประเทศไทย” ต่างเห็นพ้อง..! ถึง “ความสำคัญ” ในผืนป่า ที่สัตว์ป่าได้อาศัยหากินในแถบป่าแห่งนี้..!! ซึ่งเป็นตัวชี้วัด..? ของความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า

จำเป็น..? จะต้องอนุรักษ์เสือโคร่ง และสัตว์ป่าอื่นๆ เอาไว้

ต่อมา..! ได้มีการจัด “งบประมาณดำเนินการ” สนับสนุนจาก “องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประเทศไทย” โดยมีพื้นที่รับผิดชอบดำเนินการ คือ “อุทยานแห่งชาติแม่วงก์” และ “อุทยานแห่งชาติคลองลาน” สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 จังหวัดนครสวรรค์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ให้มี “การฝึกทบทวน” ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ระดับผู้นำชุดลาดตระเวน            ใน “อุทยานแห่งชาติแม่วงก์” และ “อุทยานแห่งชาติคลองลาน”

จึงได้เชิญ…วิทยากร ครูฝึกจากกองกำกับการ 2 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ มีความชำนาญด้านเทคนิค การลาดตระเวน รวมถึงได้มีการ..ฝึกสอนการใช้อาวุธที่ถูกต้อง และการสืบสวนสอบสวนในคดีป่าไม้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ จำนวน ๑๐๐ นาย ได้รับการฝึกอบรมในป่าที่แท้จริง

ซึ่งมีรุ่นที่ 1 วันที่ 2-6 เดือน กรกฎาคม 2555 เป็นระยะเวลา 5 วัน ในป่า
รุ่นที่ 2 วันที่ 20-24 เดือนสิงหาคม 2555 เป็นระยะเวลา 5 วัน  เช่นกัน

โดยมีหัวหน้า “นายธวัชชัย  เพชระบูรณิน” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคลองลาน และ “นายพิสิษฐ์    ปิยสมบุญ” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการและลูกจ้าง ในสองอุทยานแห่งชาติร่วมฝึกด้วย

เนื่องจาก จะต้องฝึก ให้รู้ทัน..! การลาดตระเวนในป่า เพื่อปกป้องสัตว์ป่า ปกป้องไม่ให้ผืนป่าถูกทำลาย..!!                                                เพราะป่าอุทยานฯ ผืนนี้ เมื่อรวมหลายป่าเข้าด้วยกัน จะเป็นผืนป่าใหญ่ที่สุด..! ใน “ประเทศไทย”     มีพื้นที่ของป่า มากกว่า 5 ล้านไร่ ขึ้นไป..!! ถ้าผนวกผืนป่ารวมกันแล้ว ตั้งแต่..เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี บางส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี จนถึงจังหวัดกาญจนบุรี ตลอดถึงจรดป่า อำเภออุ้มผาง คาบเกี่ยวไปถึงเขตป่าในพม่า

ผืนป่า..! เหล่านี้ .. เป็นผืนเดียวต่อเนื่องกันมา ดังนั้น.. สัตว์ป่าจึงมีความสมบูรณ์กระจายไปทั่ว..!! แต่เป็นที่น่าสังเกตุ.? ส่วนมาก..”ป่าแม่วงก์” จะเป็นที่อยู่ของฝูงเสือโคร่งจำนวนหนึ่ง..??

ถ้าหาก “มีการก่อสร้างเขื่อนแล้ว” เป็นไปได้ไหมว่า.? “เขื่อน” จะเป็นสาเหตุ..? การคุกคาม..ของที่อยู่ ของ “สัตว์ป่า” และ “เสือโคร่ง”..??

การสำรวจความคิดเห็น..? ใน “การก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์” นั้น หน่วยงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ..? โดยเฉพาะ “กรมชลประทาน” สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดูแลกำกับโดย “พรรคการเมืองหนึ่ง” ที่มีความผูกพัน..? แต่งตั้งรัฐมนตรี..?? ทุกยุค ทุกสมัย ในรัฐบาล..!!

“พรรคของนายบรรหาร” คือ พรรคชาติไทย ชื่อเดิม เปลี่ยนมาเป็น “พรรคชาติไทยพัฒนา” จะต้องได้ “เจ้ากระทรวงทุกสมัย” ที่เข้าร่วมรัฐบาล..??

ปัจจัยหลัก..? ของรัฐมนตรีพรรคนี้..! มีความคิดอยู่อย่างเดียว.?? “หาสถานที่..ก่อสร้างเขื่อน” โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีป่าสมบูรณ์ เป็นเพราะอะไรนั้น..?? “ผู้เขียน” ไม่ได้กล่าวหาว่า…! “พวกท่าน..แสวงหาผลประโยชน์ ในการก่อสร้างเขื่อนแต่อย่างไร..??” แต่มูลเหตุ..? และมุมมองของคนทั่วไป..! ต่างไม่เป็นดังเช่นผู้เขียน..?

ในต่างประเทศนั้น..! โดยเฉพาะ..แถบยุโรป เขาจะมีการสร้าง “แบบจำลองผืนป่าและชุมชนเมือง” เป็น “แบบจำลองขนาดใหญ่” ศึกษา..ผลกระทบในเชิงระบบนิเวศครบวงจรให้ชัดเจน..! เปรียบเสมือน..? การก่อสร้างเขื่อนจริง “มีการทำแบบจำลองของเขื่อน” แล้วปล่อยให้น้ำไหลลงสู่เขื่อน รวมทั้ง..! ปัญหา..? “เกิดเขื่อนแตกร้าว” จะกระทบไปสู่ชุมชน..กี่เมือง..??”

แล้ว..! แบบจำลองของผืนป่าหายนะ..!! มันคุ้มกับต้นทุน..? “การก่อสร้างเขื่อนหรือไม่..??”

“ผู้เขียน” ไม่มีอำนาจ..? เพียงแต่..! เกิดความวิตก กังวล..? ใน “ผืนป่า” ที่เต็มไปด้วยผืนป่าหลากหลายชนิด..?? รวมถึง “ผืนป่าสัก” ขนาดวัดรอบตั้งแต่..! 180 ซม. ขึ้นไป..!! ที่มีความสมบูรณ์ใน “ผืนป่าแม่วงก์” ที่มีการก่อสร้างเขื่อน..? แล้วไม้สัก และไม้อื่นๆ..? ก็จะถูกตัด ลำเลียงสู่นายทุน..?? ทันที.. !! “ความเจริญ” ก็จะขยายตัวรอบบริเวณเขื่อนทันที..!

ส่วน..ข้างล่างเขื่อน ในอำเภอ..? ที่ดินของนายทุนต่างๆ..?? จำนวนนับหมื่นไร่..!    ก็จะเกิดมีราคา ตามมาทันที..!

โคร.? ได้ “ผลประโยชน์” ที่แท้จริง.?? เอาไปวิเคราะห์ดูกันเอา..???

เป็นเขื่อนแห่งแรก..ในประเทศไทย ที่มีการอนุมัติ..! ให้มีการสำรวจ..การก่อสร้างได้ทันที..? ในบางครั้ง..! ได้อ้างถึงสาเหตุของน้ำท่วม..? ที่ผ่านมา..?? “เมื่อ ปี พ.ศ. 2554” แต่ความเป็นจริงแล้ว..! สาเหตุ.? ของการน้ำท่วมนั้น..?? มันหลากหลายปัญหา..???

อดสงสาร.? สัตว์ป่า..และผืนป่าถูกทำลาย.! โดยเชิงบูรณาการ ถูกกฎหมาย ครับท่าน..??
ปอ  มัฆวาน