Jan_por

อาลัยรัก ..ปอ มัฆวาน นักต่อสู้ เพื่อทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศไทย

IMG_7123

ปอ มัฆวาน ได้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 และ ได้ฌาปนกิจศพ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 ณ วัดสว่างศรีวิชัย บ้านโนนตุ่น ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น

ผลงานเด่น ของ ปอ มัฆวาน ทีมงานนักข่าวอิสระ “ได้ต่อสู้ กับ นายทุน ผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ภาคเหนือ” ตั้งแต่ ปี พ.ศ 2546 เป็นต้นมา

และต่อสู้ กับกลุ่มนายทุน ผู้มีอิทธิพลที่บุกรุกผืนป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งอยู่เหนือจากระดับน้ำทะเล 400 มตรขึ้นไป ภูเขาแต่ละลูก ถูกบุกรุกเปรียบเสมือน “ภูเขาหัวโล้น” ซึ่งมองเห็นด้วยสายตา “ปอ มัฆวาน” ได้ต่อสู้ กับกลุ่มผู้มีอิทธิพล เพื่อทวงคืน ผืนป่าคืนให้กับหลวงจนสำเร็จ..!

และยังช่วยเหลือ”กวาง” ซึ่งถูกนาย พรานล่า..? ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย รอยต่ออุทยานแห่งชาติแม่ปิง .อ.ลี้ จ.ลำพูน จนทำให้.หัวหน้าอุทยาน ฯ สมัยนั้นโดนย้าย ในยุค “อธิบดี มโนพัศ หัวเมืองแก้ว”

งานข่าว ที่นำมาเสนอ.แก่ท่านผู้รับชม “ปอ มัฆวาน ” ต้องดั้นด้น …ฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อ ไปหาข้อมูล ว่า..จริงหรือไม่.ด้วยตัวเองทั้งสิ้น เสียดาย ที่เสียบุคคล ที่ดิ้นรน และต่อสู้ เพื่อผืนป่า..!

ทีมงานนักข่าวอิสระ จะสานต่อ อุดมการณ์ ของ” ปอ มัฆวาน” ต่อไป ไม่ว่า “เสันทางนั้น…จะปูไปด้วยขวากหนาม..ก็ตาม…!

ทีมงานนักข่าวอิสระ ขอไว้อาลัย ด้วยบทกลอนนี้

สิ้นแสงสุริยา มองฟ้าหม่น
สิ้นคนบรรจงสร้าง ห่างวิถี
หมดสิ้นโศกโรคภัย อย่าได้มี
เหลือความดี เหลือไว้เล่าต่อกัน
สารพันคณานับ ครบเรื่องสร้าง
ปิดถนนหนทาง ให้คนสู้
เพื่อแผ่นดินชาติไทย คงเหลือไว้.. ให้ลูกหลานดู
แถมอุ้มชู หมู่เพื่อนพ้องพี่น้องเรา
ปอ ปั้นดินให้เป็นดาวสาวหนุ่มร้อง
ขับทำนองของเพลง เร่งขับขาน
ชื่อสกุลของเขา มัฆวาน
สร้างตำนานผืนป่า น่าชื่นชม
หลับเถิดหนา ปอจ๋า ฟ้าลิขิต
แท้ชีวิต อนิจจัง.. กับสังขาร
คนที่อยู่ จะสานต่อ.. อุดมการณ์
พี่น้องท่าน จะยึดมั่นในความดี
หลับสบาย..พี่ชาย ไม่ต้องห่วง
ทุกข์ทั้งปอง..มลายสิ้น..ให้สดศรี
ขอกุศล..ผลบุญสร้าง..ที่ท่านมี
คุณความดี…จงส่งทาง..วิมานเทอญ

รายงานข่าวโดย “อุเทน ลายสิงฆ์”

———————————————

Jan_Por2

พระเจกิ ด้านไสยศาสตร์และหมอพื้นบ้านสมุนไพร

1452326900628

20160110_124431

อัตชีวประวัติ ของ “หลวงปู่ พระครู สนั่น รัตนญาโน” ชื่อเดิมท่าน ‘สนั่น ศรีนาทม” ท่านมีภูมิลำเนา อยู่ที่ อ.นาทม จ.นครพนม โดยมี พี่น้องร่วมกัน 6 คน เป็นชาย 3 คน และ หญิง 3 คน ท่าน เป็นลูกคนโต บิดาชื่อ “คุณพ่อเพ็ญ ศรีนาทม “(เสียชีวิตแล้ว) และมาดาคือ ” คุณแม่บุญเทียม ศรีนาทม” ซึ่งมีอายุ 90 ปี (ท่านยังมีชีวิต)

ปัจจุบัน ท่านพระครู สนั่น มีอายุ 69 ปี 49 พรรษา จำพรรษา ที่ วัดธรรมธาราม ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม โดยท่านเริ่มบวชพระ ปี พ.ศ 2509 โดยมี พระอุปัชฌาย์ พระกรรมวาจาจารย์ “ท่านพระครู ถาวร ธรรมพิทักษ์ ” วัดโพธิ์ศรี อ.บ้านแพง จ.นครพนม เป็นเจ้าคณะ อำเภอ บ้านแพงในครั้งนั้น

ก่อนที่ท่าน จะมาปฏิบัติธรรม ที่วัด ธรรมธาราม ท่าน ได้ไปปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน ที่ ภูลังกา จนถึง ปี 2526 จึงได้มาจำพรรษา ที่ วัดธรรมธาราม ซึ่งตอนนั้น ยังเป็นสถานที่รกร้างอยู่มาก ท่านก็ปฏิบัติธรรม อยู่ที่ วัดธรรมธารามจนถึงปัจจุบัน

การศึกษา ด้านไสยเวทย์-ไสยศาสตร์ ท่าน ได้ศึกษา จนคล่องและชำนาญ โดยศึกษา จาก ครูบาอาจารย์ ทั้งไทย – ลาว และท่าน ยังศึกษา “อักขระขอม” และท่านเขียน และ สักลายยันต์ จนชำนาญมาก และหาดูลายยันต์ที่สวยงามอย่างนี้ได้ยาก ท่าน ยังศึกษา “ภาษาแขก” อีกด้วย

ท่านพระครู สนั่น ท่าน เป็นผู้ที่ทรงวิชา อาคม ลงยันต์ สักลายขลังอีกด้วย เป็นที่เคารพ ของญาติโยม และเลื่อมใส ศรัทธามาก และ ท่าน ยังสามารถ ปัดเป่า ผู้ที่ถูกกระทำ โดยคุณไสย์ ตามความเชื่อ ของแต่ละบุคคล “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ” ท่านยังสามารถแก้คุณไสย์ต่าง ๆ เพียงแค่บอกชื่อ และ อายุ ได้อีกด้วย

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 ทาง วัดธรรมธาราม ได้จัดงาน เพื่อหารายได้ ก่อสร้างศาสนสถาน โดย สร้างซุ้มประตู และรั้ว ของ วัดโดย ท่านผู้ที่มีจิตศรัทธา ที่จะร่วมทำบุญ สามารถ ส่งปัจจัย มาได้ที่บัญชี ของ ท่านพระครูได้โดยตรง ที่ บัญชี พระสนั่น รัตนญาโนธนาคาร ธ.ก.ส. สาขา นาทม เลขบัญชี 011 3828 12171

สำหรับเส้นทาง ที่จะมาร่วมทำบุญ สามารถมาได้ เส้นทางมา วัดธรรมธาราม หมู่ที่ 15 ต.นาทม อ.นาทม จ.นครพนม เชื่อมต่อ อ.เซกา จ.บึงกาฬ

อีกเส้นทางหนึ่ง เชื่อมต่อ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร
อีกด้านหนึ่ง เส้นทาง เชื่อมต่อ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
อีกด้านหนึ่ง เชื่อมต่อ ที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม

ถ้าเดินทางมาไม่ถูก สอบถามได้ที่ เบอร์ 093-430 8359 วัดธรรมธาราม หรือ ดูทางอินเตอร์เน็ต แผนที่ พิกัด ก็สามารถเดินทางมาได้
ขออนุโมทนา ผู้ที่มีจิตศรัทธามา ณ ที่นี่ด้วย

เรียบเรียงโดย ปอ มัฆวาน

wat

มหัศจรรย์ ผึ้ง 14 รัง เกาะ พระพุทธรูป พระเจ้าตนหลวง หรือ “พระพุทธสันติปารังกรศรีพิงคนคร”

20150227_143154-4

มหัศจรรย์ผึ้ง จำนวน 14 รัง เกาะ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ เรียกว่า.. “พระเจ้าตนหลวง” หรือ ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “พระเจ้าต๋นหลวง” ซึ่งประดิษฐาน ที่ “วัดสันคอกช้าง” ต.แม่ก๊า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ สร้างโดย “ครูบาอินถา” หรือ “พระพุทธสันติ
ปารังกรศรีพิงคนคร” เดิมวัดนี้ เป็น “วัดร้าง” ชื่อ “วัดหลวง”
ต่อมา ปี พ.ศ. 2500 “ครูบาอินถา สุขวัฒฑโก”(พระครูมหา พุทธาภิบาล) ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ และสร้าง “พระเจ้าตนหลวง” มีขนาดหน้าตัก กว้าง 18 เมตร สูง 28 เมตร
เมื่อ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2509 ได้รับ พระราชทานนาม จาก
พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ว่า “พระพุทธสันติปารังกรศรีพิงคนคร” หรือ “พระเจ้าตนหลวง”
ต่อมา เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2510 กระทรวงศึกษาธิการ
ได้ประกาศยกเลิก “ฐานะวัดร้าง” “ให้เป็น วัดที่มีพระสงฆ์ จำพรรษา”
และได้รับชื่อทางการว่า “วัดพระพุทธสันติปารังกร” และได้รับ พระราชทาน “วิสุงคามสีมา” เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2518
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2519 พระบาทสมเด็จ พระเจ้า
อยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช
ดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ วลัยลักษณ์ ทรงประกอบ
พิธี “ตัดลูกนิมิตร อุโบสถ” และทรงนมัสการ พระพุทธรูป “พระเจ้าตนหลวง” และได้ พระราชทาน ทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อสร้าง
“หอสมุดรวมใจ” ของวัดอีก จำนวน 20,000 บาท
ต่อมา วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2520 ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทน พระองค์ ทรงเปิด “หอสมุดรวมใจ”
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2538 “ครูบาอินถา” ถึงแก่มรณภาพ ท่ามกลาง “ความโศกเศร้า เสียใจ” ของศรัทธา ประชาชน ขณะวัย 57 ปี พรรษา 38
แต่…ผลงานของท่าน ได้พัฒนา “วัด สันคอกช้าง” เป็น
“วัด พัฒนาตัวอย่าง” โดย สร้าง “พระเจ้าตนหลวง องค์ใหญ่ในสมัยนั้น
และ ยังได้สร้าง “สะพานข้าม แม่น้ำปิง” และ สถานีอนามัย สร้างวิหาร
ของวัดต่าง ๆ รวม 37 วัด และยังได้สร้าง อุโบสถ และ เสนาสนะอีก นับไม่ถ้วน รวมผลงานค่าก่อสร้าง สมัยนั้น เป็นเงินถึง 58 ล้านบาท
หลังจาก ท่านพระครู มหาพุทธาภิบาล (ครูบาอินถา) มรณภาพลง แล้ว “วัด พระจ้าตนหลวง” ก็ขาดที่พึ่ง “พระมาอยู่ไม่นาน
ก็จากไป” สุดท้าย…วัดก็เหลือ สามเณรจำพรรษา อยู่เพียงรูปเดียว
เกือบจะกลายเป็น “วัดร้าง” อีกครั้ง..!
ในปี พ.ศ 2546 ด้วยกิตติศัพท์ ของ “พระอาจารย์ สุเทียน
อนาวิโล” (ครูบาเทียน) มาจาก ภาคอิสาน มาช่วยงาน “ท่านพระครู
อมร ธรรมปยุต” เจ้าคณะอำเภอ แม่ริม ได้ร่วมกัน ช่วยสร้าง “โรงเรียน
ปริยัติธรรม” สำเร็จ สร้างอุโบสถ และ ปูตัวหนอนรอบวัด ณ “วัด หนองสี่แจ่ม” อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จนสำเร็จ
ชาวบ้าน จึงได้นิมนต์ “พระอาจารย์ เทียน” มาอยู่จำพรรษา
เพื่อบูรณะ “วัด พระเจ้าตนหลวง” ซึ่งมี สภาพทรุดโทรมมาก..! โดย
สร้างกำแพงวัดก่อน จากนั้น สร้างศาลาการเปรียญ และ ปูกระเบื้อง
หน้า องค์พระเจ้าตนหลวง จนสำเร็จไปส่วนหนึ่ง เพื่อสืบสาน การพัฒนาวัด สืบต่อ จาก “ครูบาอินถา” ต่อไป…
จึงเรียนเชิญ ผู้ที่มีจิตศรัทธา ประสงค์ จะร่วมสร้าง เนื้อนาบุญ เพราะ ทางวัด ยังต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก เพื่อก่อสร้างโบสถ์ อาคารอีกมาก…สามารถติดต่อได้ที่ “พระอาจารย์
สุเทียน (ครูบาเทียน)” ซึ่งท่าน ยังมีความเชี่ยวชาญ ด้านโหราศาสตร์
และ พิธีสืบชะตา สะเดาะเคราะห์อีกด้วย ได้ทุกวัน เว้น “วันพระ” ที่เบอร์โทร 093 – 1950978 หรือ บริจาคได้ที่ ธนาคาร เพื่อการ
เกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.สาขาสันป่าตอง) บัญชีเลขที่
223 – 2-60504-1 ชื่อบัญชี “วัดสันคอกช้าง”

รายงานข่าวโดย “อุไรวรรณ มัฆวาน” ทีมงานนักข่าวอิสระ ปอ มัฆวาน

20150227_143336

เนื่องงาน ในวันครบรอบหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย (รายวัน)

indodang2

เนื่องงาน ในวันครบรอบหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย (รายวัน) จัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม 2558 โดยจัดที่ โรงพิมพ์ พิมพ์ไทย ที่ ซอยพัฒนาการ 20 แยก 4 เขตสวนหลวง กรุงเทพ โดยมี คุณสมนึก เจ้าของ และ พล.ต.เอก เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ คุณธีรยุทธ ผู้พัฒน์ ผู้บริหารระดับอาวุโส และ คุณปอ มัฆวาน ทีมงานนักข่าวอิสระ ปอ มัฆวาน นักเขียนคอลัมส์นิตย์อิสระ และ คุณสุปชัย วงค์จอม นักข่าวพิเศษ ( ทีมงานนักข่าวอิสระ ปอ มัฆวาน) ไปร่วมในงานด้วย

indodang1

อุทยานแห่งชาติ ภูสระดอกบัว

share553

อุทยานแห่งชาติ ภูสระดอกบัว มีเนื้อที่ 252 ตร.กม. หรือ ประมาณ 145,000 ไร่ ภูมิประเทศ โดยทั่วไป เป็นเทือกเขา สลับซับซ้อน ทอดตัวเป็นแนวยาว จากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ลงสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ป่าอันอุดมสมบูรณ์หลายชนิด

พื้นที่หลายแห่ง มีลานหินขนาดใหญ่ ซึ่งชาวท้องถิ่น เรียกว่า ” ดาน ” กระจายอยู่ตามป่า ส่วนใหญ่..เป็น ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง กระจายอยู่
ตามเทือกเขาต่าง ๆ

บริเวณพื้นที่ป่าเหล่านี้..! มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะที่ “เทือกเขา ภูสระดอกบัว” ซึ่งเป็นพื้นที่ป่า ที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีแหล่งน้ำ ประกอบไปด้วยสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า กระจงเป็นต้น..!!

ในเขต อุทยาน ฯ ยังมีทิวทัศน์ ที่สวยงาม..! และความพิศดาร ของหินผา ที่มี”ความเด่น” เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ถึงร่องรอยของ การต่อสู้ อันเกิดจาก “ความขัดแย้งของการเมือง ครั้งเมื่อ มีคอมมิวนิตส์ หลบไปใช้พื้นที่เหล่านี้” จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้ มีศักยภาพ ของ “การท่องเที่ยว”

ภูสระดอกบัว ยังมีภูเขา ที่มีความสูงถึง 423 เมตร มีรอยต่อ 3 จังหวัด เช่น อ.นิคมคำสร้อย อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร และ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร อ.ชานุมาน และ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ

ยอดภูสระดอกบัว ยังมีแอ่งหิน ขนาดกว้าง ประมาณ 2 – 5 เมตร อยู่ 5 – 6 แห่ง และแต่ละแอ่ง จะมีน้ำขังตลอดปี มีบัวพันธุ์ต่าง ๆ ขนาดเล็ก ขึ้นอยู่เต็มสระเมื่อออกดอก จะมีความสวยงามมาก..!

ชาวบ้าน เล่ากันว่า..”มีบัวขึ้นอยู่อย่างนี้มานานแล้ว..และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงได้ชื่อว่า..”ภูสระดอกบัว”

และบริเวณเดียวกัน “มีถ้ำขนาดใหญ่” ซึ่งถ้ำแห่งนี้..เคยเป็นที่อยู่อาศัย ของผู้ฝักไฝ่ “ลัทธิคอมมิวนิสต์” สามารถบรรจุคนได้ถึง 100 คน..!!
สถานที่ท่องเที่ยว ของภูสระดอกบัวจะมี

1. “ภูผาแต้ม” จะประกอบด้วย “รอยฝ่ามือ และการเขียนสีโบราณ” (ก่อนประวัติศาสตร์) สันนิษฐานว่า..”เป็นยุคเดียวกับ ภาพเขียนสี ของ อุทยานแห่งชาติ ภูผาเทิบ” ที่จังหวัดมุกดาหาร..?? และภูผาแต้ม ยังมีหน้าผา..มีลักษณะ “คล้ายถ้ำ” เพราะหินไหลเลื่อนลงมาภาพเหล่านี้.. อยู่สูงจากถ้ำ ประมาณ 7 – 12 เมตร และถ้ำมีความยาว ประมาณ 60 เมตร

2. “ผาเกลือ” ลานหินบนภูวัด เป็นแหล่งท่องเที่ยว ของชาวท้องถิ่น โดยรอบ ” ภูผาแต้ม ” ในช่วง “วันสงกรานต์” และวันสำคัญ ทางพุทธศาสนา จะมีชาวบ้านมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก..!!

และแหล่งท่องเที่ยว ที่ไม่แพ้กัน เช่น.. “ภูผาหอม” “ภูแผงม้า” “ภูไม้ซาง” “ภูซอง” และ “ภูอัครชาด” “ภูสระดอกบัว” “ภูผาแตก” และ”ผาคอยนาง” การเดินทาง ไปอุทยานแห่งชาติ “ภูสระดอกบัว” ให้ใช้ทางหลวง หมายเลข 2272 สาย อ.เลิงนกทา -อ.ดอนตาล ระหว่างหลัก กม.ที่ 24-26 ประมาณ 1 กม.จากทางหลวงแผ่นดิน อยู่ห่างจาก จ.อำนาจเจริญ ประมาณ 60 กม. ก็จะพบกับ อุทยาน ฯ ภูสระดอกบัว ตั้งอยู่ที่ บริเวณ “อ่างเก็บน้ำ ห้วยหินข้อ” หมู่ที่ 3 บ้านหนองเม็ก ต.ป่าไร่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

ท่าผู้ใดสนใจ จะไปท่องเที่ยว หรือ “ไปดู ดอกบัว”ซึ่งเกิดขึ้นเอง บนยอดเขาสูง ณ อุทยานแห่งชาติ ภูสระดอกบัว สามารถสอบถาม รายละเอียด ของการเดินทางได้ที่ อุทยานแห่งชาติ ภูสระดอกบัว ที่หมายเลข 042 – 619077 และฝ่ายนันทนาการและวิชาการ 042-676742 หรือ 085- 416-1979 และ ฝ่ายอนุรักษ์ และป้องกันทรัพยากร 042-676742 หรือ 089-032-5369 โดยมี “นายโยธิน ครองยุทธ” ผู้มีอัธยาศรัยดี มีไมตรีจิต ที่คอยดูแล นักท่องเที่ยว

“อย่าลืม..ไปสัมผัส ..ความมหัศจรรย์ของ ภูสระดอกบัว..??”

รายงานข่าวโดย “คุณสุปชัย วงศ์จอม”

ภาพบุกรุก และทำลายป่า สงวนแก่งชาติ อ.นครไทย

20140413_121839
เรื่อง ภาพบุกรุก และทำลายป่า สงวนแก่งชาติ อ.นครไทย เป็นภาพ ผู้ต้องหาและของกลาง จับได้ในที่เกิดเหตุ

การบุกรุก และทำลายป่าสงวนแห่งชาติ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ตั้งแต่ ปี พ.ศ 2549 จนมาถึงปัจจุบันนี้ บางพื้นที่จับได้ตัวผู้ต้องหา แต่บางพื้นที่จับไม่ได้ ผู้เขียน
งง..? ว่า ต้นยางพารา ยังเจริบเติบโต,,??
ปัจจุบันนี้..คงกรีดยางขายแล้วนะ… ฝากถาม..อธิบดี กรมป่าไม้ คนปัจจุบัน..!

20140413_122512

น่าอนาถ..ทรัพยากรป่าไม้ของไทย เหลือน้อย

1

น่าอนาถ..ทรัพยากรป่าไม้ของไทย เหลือน้อย
ณ ปัจจุบันนี้…
ดินแดนแห่งสยาม กาลนานมาแล้ว..บรรพบุรุษไทย ได้ปกป้อง “ผืนแผ่นดิน
สยาม” รวบรวมเอาไว้ ไม่ให้ใคร.? มาย่ำยีได้ จนมาเป็น “ประเทศไทย”ในปัจจุบัน
แต่…ปัจจุบันนี้..! ทรัพยากรป่าไม้ของไทย ถ้าจะประเมินแล้ว ป่าไม้เหลือเพียง
แค่ อัตราส่วน 1 ต่อ 4 ส่วน นอกนั้น..จะมีแต่..ต้นไม้ที่ถูก ตัดโค่น และทำลาย แผ้ว
ถางป่า จนโล่งเตียน..??
แทนที่..ต้นไม้ จะโอบอุ้มน้ำเอาไว้..กลับกลายเป็น “หน้าฝน” น้ำป่าไหลหลาก
เนื่องจาก..ป่าต้นแม่น้ำ ถูกทำลาย..! แล้วพายุโคลนก็จะถล่ม ตามมา..! ก่อให้เกิด
น้ำท่วมฉับพลัน..!!
ส่วนหน้าแล้ง ก็จะแห้งแล้ง..ขาดแคลนน้ำ นี้คือ..สาเหตุ ป่าไม้ ถูกทำลาย..!!
ดังเช่น พระราชดำรัส “มหาราชินี กับ ทรัพยากรน้ำ”
“คนที่ไร้ที่อยู่ ทำกิน ก็ต้องรู้สึกว่า พวกที่ต้องการรักษาป่า คือ ศัตรูขัดขวาง
ความสุขของเขา ฉะนั้น ป่าก็เป็นที่ต้องห้าม ขัดผลประโยชน์ของ พวกที่ไร้ที่ดิน
ทางเลือก ทางเดียว คือ ทำให้ป่า ที่อยู่ เป็นทางหากิน ของพวกเขา โดยมีคนของ
ทางราชการ ช่วยจัดและดูแลผลประโยชน์ ของพวกที่ไร้ที่อยู่ และผลที่เลิศ ของ
ส่วนรวมคือ “น้ำ” ซึ่งจำเป็นต่อชีวิต
และพระราชเสาวนีย์ “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า”
การบุกรุกป่า ของกลุ่มนายทุน ..? นับตั้งแต่ ผู้เขียน ได้เริ่มเขียนการบุกรุกป่า
ครั้งแรก เมื่อ ปี พ.ศ 2546 เริ่มต้น เขียนการบุกรุกป่า “ลุ่มน้ำ วังทองฝั่งขวา” ตาม
หนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทย รายวัน” ปีที่ 9 ฉบับลงวันที่ 17 มิ.ย 2546 และฉบับที่ 2155 โดย สกู๊ปข่าว พิเศษ “ปอ มัฆวาน” ใน หัวข้อ “เปิดโปง นายทุน..รุกป่า
ตัดต้นไม้ สร้างอาณาจักรอัปยศ” ในพื้นที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
ซึ่งทำให้ พื้นที่ป่าเสียหาย จำนวนหลายพันไร่..! โดยกลุ่มผู้มีอิทธิพล
ใหญ่คับฟ้า นามว่า “หม่อมกบ” ซึ่งเอาพื้นที่ มาสร้าง อาณาจักร บนป่าสงวนแห่งชาติ
ลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวา ซึ่งเป็นป่า “ต้นแม่น้ำแควน้อย” และมีแก่ง ซึ่งมีทัศนียภาพ
สวยงามมาก อุดมไปด้วยป่าไม้
แต่กลับถูกมาทำลาย..ด้วยน้ำมือ ของผู้มีอิทธิพล นามว่า..หม่อม..?
ทุกวันนี้ ป่าผืนนี้..ยังถูกครอบครองมาจนถึงปัจจุบัน.??
ต่อมาเมื่อ ปี พ.ศ. 2549 ทีมงานข่าว “ปอ มัฆวาน” ได้ลงพื้นที่ อ.นครไทย
ตามที่ชาวบ้านผู้รักป่าร้องมา เพื่อลงไปดู การบุกรุกทำลายป่า และได้นำมาตีแผ่..
ถึงการเข้าครอบครองป่าสงวนแห่งชาติ ตามหนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทยรายวัน”
ปีที่ 12 ฉบับที่ 3171 ลงวันที่ 27 เม.ย 2549 และฉบับที่ 3179 ลงวันที่ 2 พ.ค
2549 และฉบับที่ 3189 ลงวันที่ 10 พ.ค 2549 และ ฉบับที่ 3199 และ
ฉบับที่ 3206 ในหัวข้อ “รองพ่อเมือง ชี้รุกป่า นครไทย เป็นปกติวิสัย” แก้งมอดไม้
เขมือบป่า โซนซี ตีปีกลำพอง”ผู้เขียน ได้เขียนถึงรายละเอียด “การบุกรุกป่าและ
ผืนป่า ที่เสียหายดังนี้
จากผลการแปรภาพถ่ายทางดาวเทียม แผนที่แสดง สภาพการปกคลุมพื้นที่
ป่า ปี พ.ศ. 2543 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า จ.พิษณุโลก มีเนื้อที่ 6,789,937.50 ไร่ มีพื้นป่าสมบูรณ์เหลืออยู่ 2,436,676.93 ไร่
คิดเป็นร้อยละ 38.89 ของพื้นที่จังหวัด ซึ่งมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 13 ป่า
เนื้อที่รวมทั้งสิ้น 3,177,301 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ มอบให้
ส.ป.ก. จำนวน 820,766.11 ไร่ พื้นที่ป่า ที่ถูกบุกรุกครอบครอง และได้ดำเนินการ
ตามมติ ครม.16 ก.ย 2540 และ 30 มิ.ย 2541 จำนวน 164,273.86 ไร่
พื้นที่ ที่ได้รับอนุญาต ใช้ประโยชน์ จำนวน 264,907.76 ไร่ ส่วนพื้นที่
อุทยาน ฯ และ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและอื่น ๆ ที่ทับซ้อน เขตป่าสงวนแห่งชาติ
จำนวน 710,144 ไร่
พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คงเหลือสุทธิ ที่ต้องหามาตรการดูแลรักษาให้คงไว้
จำนวน 1, 217,215.27 ไร่ และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขากระยาง มีเนื้อที่ป่า
ตามกฎกระทรวง รวมทั้งสิ้น 332,000 ไร่ (อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติทั้งหมด)
แยกเป็นพื้นที่ป่าเพื่ออนุรักษ์(โซนซี) จำนวน 198,400 ไร่ ป่าเพื่อเศรษฐกิจ
(โซนอี) จำนวน 133,600 ไร่ พื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ได้มอบให้ ส.ป.ก จำนวน
105,307 ไร่ บางส่วนเป็นพื้นที่ป่า ถูกบุกรุกครอบครอง เช่นป่าสงวน แห่งชาติ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
โดยกลุ่มนายทุน ซึ่งมีทั้งหมด จำนวน 8 กลุ่ม ใหญ่ เช่น กลุ่มเสี่ยทวี กลุ่มนายจิชาติ กลุ่มนางนงค์ กลุ่มเสียเพ้ง
กลุ่มเสี่ยศักดิ์ กลุ่มทรัพย์มงคล กลุ่ม “นายที”และ “นายธี” กลุ่มชาวต่างชาติ
ซึ่งกลุ่มนายทุนเหล่านี้ ทำการบุกรุก ป่าสงวนแห่งชาติหนองกระท้าว
เพื่อปลูกยางพารา และยางพารา ก็เจริญเติบโต มาจนถึงทุกวันนี้..!

ปรากฎว่า..ไม่มีหน่วยงานไหน เข้าปราบปราม และจับกุมอย่างจริงจัง
โดยเฉพาะ หน่วยงานหลัก คือ หน่วยป้องกันรักษาป่าของกรมป่าไม้ ในจุดที่บุกรุกนั้น ๆ แต่..กลับนิ่งดูดาย..ทำเหมือนทองไม่รู้ร้อน .??

ฝากถึง นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดี กรมป่าไม้ คนปัจจุบัน กรุณา
ลงพื้นที่ ปราบปราม ผู้บุกรุกและทำลายป่า และ กรุณาตรวจสอบ ว่าพื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติ ถูกบุกรุกไปมากเท่าไหร่แล้ว จริงอย่าง ทีมงานนักข่าวอิสระ ปอ มัฆวาน เขียนมานี้ หรือไม่..? อย่ามัวนั่งทับเก้าอี้ เสียจนเพลินนะครับ…???
ข่าวโดย “จ๊อส มัฆวาน”

( ฉบับหน้า ติดตาม ผู้บุกรุกและทำลาย ป่าสงวนแห่งชาติ อ.หล่มสัก และ อ.หล่มเก่า
จ.เพชรบูรณ์)