วันที่  23 กรกฎาคม 2555

กลุ่มต่อต้านการรุกป่าภาคเหนือ ภาคสื่อมวลชน ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่า 2 ข้างทางชัยวิบูลย์ ตำบลยางงาม หมู่ที่ 8 อำเภอหนองไผ่  จังหวัดเพชรบูรณ์

ในครั้งแรก กลุ่มสื่อมวลชนได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่การบุกรุกป่า เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม ตามที่ชาวบ้านได้มาร้องเรียน บอกกับสื่อมวลชนว่า ได้มีชาวใต้จำนวน 3 กลุ่ม

ได้เข้ามาซื้อที่ดิน ป่ารกร้าง แล้วทำการ ตัดโค่นไม้ บุกรุกเป็นจำนวนหลายร้อยไร่ เมื่อผู้สื่อข่าวทราบถึง จึงได้เดินทางไปดูในพื้นที่จริง แล้วได้แจ้งให้ทางนายอมร  ต่อเจริญ

ผอ.สำนักกรมป่าไม้ และนายมานพ  สายอุ่นใจ หัวหน้าศูนย์ (ศปย. ที่ 2 พิษณุโลก) และ ผอ.ส่วนยุทธการป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดป่าไม้ (ภาคเหนือ)

หัวหน้าศูนย์ประสานงานป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช. 3 (ลำจังหัน) หน่วยป้องกันรักษาป่า พช.9 (โคกเจริญ) หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 1 ชนแดน

หน่วยป้องกันรักษาป่า พช.4 (เนินมะค่า) กำลังเจ้าหน้าที่ กรมน.ภาค 3 จำนวน 7 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อได้รับร้องเรียนจากกลุ่มสื่อมวลชนแล้ว จึงได้เดินทางเข้าไปดูในพื้นที่การรุกป่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2555 เมื่อเวลา 09.30 น. โดยกำลังเจ้าหน้าที่รวมกันแล้ว 130 นาย ปรากฏว่า พบพื้นที่ถูกทำลาย บุกรุก ตัดโค่นไม้ประดู่ และไม้อื่นทั่วไป รวมกันแล้ว นับพันต้น บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 311 เมตร ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นแหล่งต้นไม้ที่สมบูรณ์ ถูกบุกเบิกด้วยรถไถและแม็คโครทำเป็นยกร่อง แล้วปลูกยางพาราปะปนกับตอไม้ที่ถูกตัดและทำลาย จากการนำสืบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจังหวัดเพชรบูรณ์ นายทุนที่เดินทางมาจากทางภาคใต้ ได้มาหาซื้อที่ในเขตอำเภอหนองไผ่หลายแปลงแล้ว มาด้วยกัน 3 พี่น้อง ใช้วงเงินซื้อขาย ไม่ต่ำจาก 35 ล้านบาท โดยมีนักการเมืองระดับท้องถิ่นคนหนึ่ง ที่อยู่ในอำเภอหนองไผ่ นักการเมืองบุคคลดังกล่าวนี้ได้เคยสมัคร สส. ในนามพรรคฝ่ายค้านพรรคหนึ่ง แต่สอบตกในทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ยังมีที่อีกแปลงหนึ่ง ที่นักการเมืองคนนี้ ได้ขายที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 600 ไร่เป็นเงินจำนวน 5 ล้านบาท อยู่ในเขตหมู่บ้าน ซับหิ้วหมู ในเขตตำบลหนองไผ่ ซึ่งจากการตรวจสอบจาก จีพีเอส ได้บ่งบอกอย่างชัดเจน ว่านายทุน 3 พี่น้อง ก็ได้ซื้อที่ดิน แปลงจำนวนดังกล่าวไปแล้วและปลูกยางพารา กระจายไปทั่ว รวมทั้งป่าสงวนสองข้างทาง ชัยวิบูลย์ ตรงนี้ ก็เป็นที่ของเขาที่ได้ซื้อมาจากกลุ่มนักการเมืองเจ้าเดิมเช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลและเจ้าหน้าที่ทหาร

ฝ่าย กรมน. ภาค 3 ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ส่วนกลาง กำลังดำเนินการ ติดตาม สืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิด เพราะผืนป่าดังกล่าวนี้เป็นป่าที่สมบูรณ์มาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลยังได้กล่าวบอกกับสื่อมวลชนว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวนี้ อาจจะพัวพันกับการฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด เพราะนักการเมืองคนดังในเขตหนองไผ่ ญาติพี่น้อง เคยพัวพันยาเสพติด และถูกจับมาก่อนหน้านี้ ฉะนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังแกะรอยที่มาของเงินที่กระจายอยู่ในอำเภอนี้ นับ 100 ล้านบาท

ทีมข่าว ปอมัฆวาน

About these ads